






![]() | วันนี้ | 346 |
![]() | เมื่อวาน | 487 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 3651 |
![]() | เดือนนี้ | 9009 |
![]() | รวมทั้งหมด | 333766 |
| ข้อมูลทั่วไป - ข้อมูล 25 ลุ่มน้ำ |
|
ลุ่มน้ำกก | |||||||||||||||||||
1. สภาพภูมิประเทศลุ่มน้ำกก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย พื้นที่ลุ่มน้ำทั้งสิ้น 7,895 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศของลุ่มน้ำกกส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยเทือกเขาสูงชัน ทางทิศเหนือคือเทือกเขาแดนลาว ทิศใต้คือเทือกเขาขุนตาล ทิศตะวันออกคือเทือกเขาผีปันน้ำ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสาขาที่สำคัญ มีที่ราบเชิงเขากระจายอยู่ระหว่างหุบเขา และมีที่ราบลุ่มแม่น้ำตลอดสองข้างฝั่งลำน้ำ แม่น้ำกกมีต้นกำเนิดมาจากภูเขาทางเหนือในรัฐเชียงตุง ประเทศพม่า ไหลเข้าสู่เขตประเทศไทยที่ช่องแม่น้ำกก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วไหลไปทางทิศตะวันออก ผ่านอำเภอแม่อาย เข้าสู่เขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ผ่านตัวเมืองเชียงราย จากนั้นไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่อำเภอเชียงแสน แล้วไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่บ้านสบกก ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ลำน้ำสาขาของลุ่มน้ำกก ได้แก่ น้ำแม่ฝาง มีต้นน้ำอยู่บริเวณดอยขุนห้วยฝางและดอยหัวโท ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ไหลจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอฝาง แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำกกที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ น้ำแม่ลาว มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ไหลจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอเวียงป่าเป้าเข้าสู่อำเภอแม่สรวย จากนั้นเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอพานกับอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จนไปบรรจบกับแม่น้ำกกที่บ้านป่าตง ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย | |||||||||||||||||||
|
ในรายงาน “มาตรฐานลุ่มน้ำและลุ่มน้ำสาขา” ได้แบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำกกเป็น 4 ลุ่มน้ำย่อย ดังนี้
|
2.1. ภูมิอากาศ
|
ข้อมูลภูมิอากาศที่สำคัญ |
หน่วย |
ช่วงพิสัยค่ารายปีเฉลี่ย |
ค่าเฉลี่ยรายปี |
|
อุณหภูมิ |
องศาเซลเซียส |
24.2-26.1 |
25.2 |
|
ความชื้นสัมพัทธ์ |
เปอร์เซ็นต์ |
71.3-76.3 |
73.6 |
|
ความเร็วลม |
น๊อต |
1.2-1.4 |
1.3 |
|
เมฆปกคลุม |
0-10 |
5.0-5.3 |
5.2 |
|
ปริมาณการระเหยจากถาด |
มิลลิเมตร |
1,309.1-1,734.4 |
1,505.1 |
|
ปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างอิง |
มิลลิเมตร |
1,623.2-1,718.2 |
1,674.9 |
2.2 ปริมาณน้ำฝน
|
|
หน่วยมิลลิเมตร
|
เม.ย. |
พ.ค. |
มิ.ย. |
ก.ค. |
ส.ค. |
ก.ย. |
ต.ค. |
พ.ย. |
ธ.ค. |
ม.ค. |
ก.พ. |
มี.ค. |
ฤดูฝน |
ฤดูแล้ง |
ทั้งปี |
|
71.8 |
181.4 |
185.8 |
265.6 |
299.0 |
238.7 |
128.2 |
51.7 |
22.7 |
11.6 |
7.2 |
14.2 |
1,298.8 |
179.2 |
1,478.0 |
2.3 ปริมาณน้ำท่า
|
- ปริมาณน้ำท่าฤดูฝน 3,035.0 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 72.66 ) ดังตาราง |
หน่วย ล้าน ลบ.ม.
|
เม.ย. |
พ.ค. |
มิ.ย. |
ก.ค. |
ส.ค. |
ก.ย. |
ต.ค. |
พ.ย. |
ธ.ค. |
ม.ค. |
ก.พ. |
มี.ค. |
ฤดูฝน |
ฤดูแล้ง |
ทั้งปี |
|
87.0 |
147.3 |
226.9 |
415.4 |
795.2 |
844.2 |
606.0 |
398.6 |
257.5 |
188.8 |
115.2 |
94.8 |
3,035.0 |
1,141.8 |
4,176.8 |
ประชากรทั้งสิ้น (ปี พ.ศ. 2544) จำนวน 0.678 ล้านคน และคาดการณ์จำนวนประชากรในปี 2549, 2554, 2559 และปี 2564 เท่ากับ 0.686 ล้านคน, 0.695 ล้านคน, 0.704 ล้านคนและ 0.713 ล้านคน ตามลำดับโดยประชากรส่วนใหญ่อาศัยกระจัดกระจายอยู่นอกเขตเมือง ส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่ค่อนข้างหนาแน่นได้แก่ บริเวณอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และมีอัตราส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองต่อประชากรทั้งลุ่มน้ำเท่ากับร้อยละ 18.26 สรุปดังนี้
|
ลักษณะชุมชน |
จำนวนประชากร (ล้านคน) | ||||
|
2544 |
2549 |
2554 |
2559 |
2564 | |
|
ในเขตเมือง |
0.124 |
0.125 |
0.127 |
0.128 |
0.130 |
|
นอกเขตเมือง |
0.554 |
0.561 |
0.568 |
0.576 |
0.583 |
|
รวมทั้งลุ่มน้ำ |
0.678 |
0.686 |
0.695 |
0.704 |
0.713 |
พื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรม ซึ่งคาดการณ์ในอนาคตอีก 20 ปีทั้งหน้าดังนี้
|
พื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรม (ไร่) | ||||
|
2544 |
2549 |
2554 |
2559 |
2564 |
|
3,222 |
4,027 |
5,046 |
6,337 |
7,979 |
|
| ||||||||||||||||||
|
| ||||||||||||
|
พื้นที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตร และพัฒนาระบบชลประทาน สรุปดังนี้
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
8.1 พื้นที่ประสบอุทกภัย สภาพการเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำกกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) อุทกภัยที่เกิดในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนและลำน้ำสาขาต่าง ๆ เกิดจากการที่มีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากจากต้นน้ำลงมามากจนลำน้ำสายหลักไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ประกอบกับมีสิ่งกีดขวางจากเส้นทางคมนาคมขวางทางน้ำ และมีอาคารระบายน้ำไม่เพียงพอ พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำได้แก่ อำเภอแม่ฝาง และอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 2) อุทกภัยที่เกิดในพื้นที่ราบลุ่ม เกิดบริเวณที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มและแม่น้ำสายหลักตื้นเขิน มีความสามารถระบายน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำได้แก่ อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จากข้อมูลที่รวบรวมได้พบว่า ในลุ่มน้ำกกมี จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 603 หมู่บ้าน โดยหมู่บ้านที่ประสบปัญหาอุทกภัยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 84 หมู่บ้าน (ร้อยละ 54.55) | |
|
จากข้อมูลที่รวบรวมได้พบว่า ในลุ่มน้ำกกมี จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 603 หมู่บ้าน โดยหมู่บ้านที่ประสบปัญหาภัยแล้งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 254 หมู่บ้าน (ร้อยละ 60.91) |
|
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำประเภทต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการถึงปี 2544 สรุปดังนี้
|
1) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่อยู่ในแผนการก่อสร้างระยะยาว
แผนพัฒนาแหล่งน้ำของลุ่มน้ำสะแกกรังที่จัดอยู่ในแผนการก่อสร้างระยะยาว มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมกันทั้งสิ้นจำนวน 4 โครงการ เป็นจำนวนเงินรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 45,621 ล้านบาท
|
ลำดับที่ |
ชื่อโครงการ |
งบประมาณโครงการปีที่, พ.ศ. (บาท) |
งบประมาณรวม | ||||
|
1 |
2 |
3 |
4 |
5 | |||
|
ปี 2547 |
ปี 2548 |
ปี 2549 |
ปี 2550 |
ปี 2551 | |||
|
1 |
โครงการที่อยู่ในแผนระยะยาว โครงการผันน้ำ กก-อิง-น่าน จ.เชียงราย |
45,000.00 | |||||
|
รวมโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ลุ่มน้ำกก |
45,000.00 | ||||||
|
โครงการก่อสร้างขนาดกลาง |
|||||||
|
1. |
ถนนทดแทนน้ำท่วมโครงการอ่างแม่สรวย จ.เชียงราย |
104.33 |
54.53 |
158.86 | |||
|
2. |
โครงการปรับปรุงหนองหลวง จ.เชียงราย |
74.98 |
104.00 |
172.81 |
351.80 | ||
|
3. |
โครงการแม่ทะลบหลวง จ.เชียงใหม่ |
65.00 |
46.12 |
111.12 | |||
|
รวมโครงการก่อสร้างขนาดกลาง ลุ่มน้ำกก |
244.31 |
204.66 |
172.81 |
45,621.79 | |||
|
รวมโครงการที่อยู่ในระยะยาว ลุ่มน้ำกก |
244.31 |
280.0 |
172.81 |
45,621.79 | |||
2) โครงการปรับปรุงระบบชลประทาน
โครงการปรับปรุงระบบชลประทานจำนวน 21 โครงการ เป็นจำนวนเงินรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 472.0 ล้านบาท
3) โครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักงานพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ (กรมชลประทาน พ.ศ.2539)
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพและได้จัดเข้าแผนหลักงานพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศของพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง มีจำนวนรวมกันทั้งสิ้น 4 โครงการ มีปริมาตรความจุเก็บกักทั้งหมด 58.80 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานรวมกันเท่ากับ 0.026 ล้านไร่ ต้องการงบประมาณจำนวน 287 ล้านบาท
สถานภาพทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำกกในปัจจุบัน (ปี 2544) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำโขงและภาพรวมของประเทศ สรุปดังนี้
|
ดัชนีชี้วัดที่พิจารณา |
ลุ่มน้ำกก |
กลุ่มลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำโขง |
ภาพรวม |
|
ดัชนีชี้วัดเชิงพื้นที่ |
|||
|
สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ต่อพื้นที่ลุ่มน้ำ |
52.00 |
28.92 |
39.93 |
|
สัดส่วนพื้นชลประทานปัจจุบันต่อพื้นที่ที่เหมาะสม |
30.03 |
12.40 |
26.78 |
|
สัดส่วนหมู่บ้านประสบอุทกภัยต่อหมู่บ้านทั้งหมด |
18.57 |
10.09 |
10.58 |
|
สัดส่วนหมู่บ้านประสบภัยแล้งต่อหมู่บ้านทั้งหมด |
69.15 |
54.94 |
55.10 |
|
ดัชนีชี้วัดเชิงปริมาณ |
|||
|
สัดส่วนปริมาณน้ำต้องการต่อปริมาณน้ำท่า |
|||
|
- กรณีปัจจุบัน (ปี 2544) |
23.94 |
18.35 |
30.34 |
|
- กรณีในอีก 20 ข้างหน้า (ปี 2564) |
26.06 |
21.58 |
33.41 |
|
- กรณีพัฒนาเต็มศักยภาพ |
34.79 |
73.30 |
58.54 |
|
สัดส่วนปริมาณน้ำต้องการฤดูแล้งต่อความจุใช้งาน |
|||
|
- กรณีปัจจุบัน (ปี 2544) |
748.31 |
46.78 |
54.11 |
|
- กรณีในอีก 20 ข้างหน้า (ปี 2564) |
1,387.02 |
60.43 |
61.19 |
|
- กรณีพัฒนาเต็มศักยภาพ |
4,138.28 |
227.34 |
116.86 |
|
สัดส่วนความจุใช้งานต่อปริมาณน้ำท่า |
|||
|
- กรณีปัจจุบัน (ปี 2544) |
0.21 |
11.82 |
22.24 |
หมายเหตุ : 1. ปริมาณน้ำต้องการในข้อสัดส่วนปริมาณน้ำต้องการต่อปริมาณน้ำท่า เป็นการคิดปริมาณน้ำต้องการทั้งปีของความต้องการใช้น้ำในทุกด้าน ได้แก่ อุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม ชลประทาน และรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ
2. ปริมาณน้ำต้องการฤดูแล้งในข้อสัดส่วนปริมาณน้ำต้องการฤดูแล้งต่อความจุใช้งาน เป็นการคิดปริมาณน้ำต้องการในช่วงฤดูแล้งของความต้องการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และชลประทาน (ไม่รวมปริมาณน้ำต้องการเพื่อรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ)
จากดัชนีดังกล่าว พอสรุปภาพรวมทั้งลุ่มน้ำกกได้ว่า
ลุ่มน้ำกกมีปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติในลุ่มน้ำมากเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำในสภาพปัจจุบันและสภาพในอนาคตเมื่อมีการพัฒนาพื้นที่ชลประทานจนเต็มศักยภาพของพื้นที่ แต่เนื่องจากสภาพปัจจุบัน มีการพัฒนาโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำในพื้นที่น้อยมาก จึงไม่สามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ลุ่มน้ำได้อย่างเต็มที่ จึงมีปริมาณน้ำที่ไม่ได้น้ำมาใช้ประโยชน์ไหลลงสู่แม่น้ำโขงในช่วงฤดูฝนเป็นจำนวนมาก โดยได้สรุปสภาพปัญหาที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำกกในปัจจุบันได้ดังนี้
- ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากในลุ่มน้ำกกมีโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลางเพียง 3 โครงการ และไม่มีโครงการขนาดใหญ่และขนาดกลางประเภทเก็บกักน้ำเลย จึงไม่สามารถเก็บกักปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนมาใช้ในช่วงฤดูแล้งได้
- ในลำน้ำสาขาหลักของแม่น้ำกกโดยเฉพาะน้ำแม่ฝาง มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำประเภทฝายกั้นน้ำเพื่อการชลประทานขนาดเล็กและระบบชลประทานราษฎรจำนวนมาก ซึ่งยังไม่มีการจัดการน้ำที่เป็นระบบ มีการผันน้ำไปใช้ในพื้นที่ต้นน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ใช้น้ำที่อยู่ท้ายน้ำได้รับความเดือดร้อน
- ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก
จากการพิจารณาสถานภาพทรัพยากรน้ำและสภาพปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำกกในปัจจุบัน และการเปรียบเทียบแนวโน้มปริมาณน้ำท่า ปริมาณความต้องการน้ำ และปริมาตรความจุเก็บกักในลุ่มน้ำกก
1) แนวทางการพัฒนาในระดับลุ่มน้ำ
- ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางบนลำน้ำสาขาของน้ำแม่ฝาง และบนลำน้ำแม่สรวย ให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในปัจจุบันและแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักของลุ่มน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง
- ทำก่อสร้างฝายทดน้ำพร้อมระบบส่งน้ำเพิ่มเติม รวมถึงปรับปรุงฝายทดน้ำและระบบส่งน้ำของโครงการชลประทานขนาดเล็กและโครงการชลประทานราษฎร์ที่มีอยู่ในลำน้ำสาขาหลัก ได้แก่ น้ำแม่ฝาง น้ำแม่ลาว และแม่น้ำกก เพื่อให้สามารถกระจายน้ำให้พื้นที่ที่มีความต้องการน้ำได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
- ขุดลอกลำน้ำสายหลักในช่วงที่ตื้นเขิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ (ควรดำเนินการควบคู่ไปกับการก่อสร้างฝาย/ประตูระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง)
2) แนวทางการพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ไกลจากแหล่งน้ำ
ควรส่งเสริมการขุดสระน้ำประจำไร่นา ขุดบ่อน้ำตื้น/น้ำบาดาล หรือก่อสร้างถังเก็บน้ำ ตามสภาพความเหมาะสมของพื้นที่
ที่มาข้อมูล : โครงการศึกษาเพื่อทำแผนหลักรองรับการพัฒนาแหล่งน้ำและปรับปรุงโครงการชลประทาน สำหรับแผนฯ, เมษายน 2546
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|
แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2012 เวลา 12:20 น.)