Logo09

 

โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่2)จังหวัดจันทบุรี

Top Website

ข้อมูล ณ วันที่ : 30 พฤษภาคม 2559  

ความเป็นมา

             จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในช่วงหลายปีที่ ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ.2542 ที่เกิดอุทกภัยรุนแรงสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรและทาง ราชการเป็นจำนวนมากในพื้นที่ตัวเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรีและจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2549 จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการบรรเทาอุทกภัยเมือง จันทบุรี(แผนระยะที่ 2) เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแก้ปัญหาการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ตัวเมือง จันทบุรีและบริเวณข้างเคียง กรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างบริษัท ซิกม่า ไฮโดร คอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการงานศึกษาทบทวนและสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการบรรเทาอุทกภัยเมือง จันทบุรี        (แผนระยะที่ 2) จังหวัดจันทบุรี แล้วเสร็จ เมื่อ กันยายน 2550 และครม.ได้มีมติเกี่ยวกับโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่ 2) ดังนี้

            1) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2543 โดยมอบหมายให้กรมชลประทานศึกษาแนวทางป้องกันน้ำท่วมจังหวัดจันทบุรี ซึ่งจากผลการศึกษามีแผนงานที่ดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ แผนระยะเร่งด่วน   (กรมฯดำเนินการตามแผนเร่งด่วนแล้วเสร็จปี 51) และแผนระยะที่ 2 (ศึกษาสำรวจออกแบบแผนระยะที่ 2 แล้วเสร็จ ปี 50)

            2) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2550 อนุมัติในหลักการให้ดำเนินการโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่ 2) โดยให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อม ในเรื่องแบบรูปและรายการก่อสร้างการใช้ที่ดิน การแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนนำเสนอ คณะรัฐมนตรีอนุมัติก่อสร้างโครงการ

          3) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ลงมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและกรมชล ประทาน ให้เริ่มดำเนินการโครงการชลประทานขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมและดำเนินการครบ ถ้วนตามกฎระเบียบแล้ว ซึ่งมีโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่ 2) รวมอยู่ด้วย

             4) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 อนุมัติในหลักการให้กรมชลประทานดำเนินการโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่ 2) จังหวัดจันทบุรี

           ปัจจุบันทางจังหวัดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามคลองผันน้ำสายใหม่นี้ว่า "คลองภักดีรำไพ" มีความหมายว่า “คลองที่แสดงความจงรักในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่7 ”

สภาพปัญหาและเหตุผลความจำเป็น

- ในปี พ.ศ.2542 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในตัวเมืองจันทบุรี เนื่องจากเกิดสภาวะฝนตกหนักปริมาณน้ำฝนวัดได้ 300 มม./วัน ติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดปริมาณน้ำหลากวัดได้ 800 ลบ.ม./วินาทีไหลลงสู่แม่น้ำจันทบุรี ซึ่งแม่น้ำจันทบุรีในขณะนั้น สามารถรับน้ำได้ไม่เกิน 370 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปริมาณน้ำส่วนเกินไหลเข้าท่วมในเขตตัวเมืองจันทบุรี ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 85,000 คน ความเสียหายประมาณ 2,118.67 ล้านบาท และเกิดซ้ำในเดือน กรกฎาคม 2544 และ ตุลาคม 2549

- กรมชลประทาน ได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบและดำเนินการปรับปรุงแม่น้ำจันทบุรีตามแผนงาน ระยะที่ 1 โดยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำหลากในแม่น้ำจันทบุรีได้ประมาณ 500 ลบ.ม./วินาที มีความจำเป็นต้องก่อสร้างคลองผันน้ำสายใหม่เพื่อระบายน้ำส่วนเกินความจุของ แม่น้ำจันทบุรี จำนวน 300 ลบ.ม./วินาทีออกสู่ทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยในเขตตัวเมืองจันทบุรีดังเช่นที่เคยเกิดในปี พ.ศ.2542

อนุมัติเปิดโครงการ

- คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเปิดโครงการ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ 2552-2557) กรอบวงเงิน 3,500 ล้านบาท

ข้อมูลของโครงการ

1. งานสัญญาจ้าง

1.1) งานจ้างก่อสร้างขุดคลองผันน้ำ สถานีสูบน้ำ และประตูระบายน้ำ พร้อมอาคารประกอบ สัญญาที่ 1

- สัญญาเลขที่ กจ. 18/2553 (กสพ.2) ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2553, ราคางานตามสัญญา 972,535,916 บาท

- ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ST1 JOINT VENTURE (บริษัทสี่แสงการโยธา (1979) จำกัด กับบริษัท ธนะสินพัฒนา (1999) จำกัด)

- อายุสัญญา 840 วัน (1 พฤศจิกายน 2553 – 17 กุมภาพันธ์ 2556)

1.2) งานจ้างก่อสร้างขุดคลองผันน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำและอาคารประกอบพร้อมส่วนประกอบอื่น สัญญาที่ 2

- สัญญาเลขที่ กจ. 19/2553 (กสพ.2) ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2553, ราคางานตามสัญญา 968,977,306 บาท

- ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้ายูเอ (บริษัทยูเนี่ยน อินฟาร์เทค จำกัด กับ บริษัท เอ. เอส. แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง(1964) จำกัด)

- อายุสัญญา 840 วัน (4 พฤศจิกายน 2553 – 20 กุมภาพันธ์ 2556)

1.3) งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน

- สัญญาเลขที่ กจ. 26/2553 (กสพ.2) ลงวันที่ 5 มกราคม 2554, วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 55,655,472.20 บาท

- กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัทเอเชีย คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท ซิกม่า ไฮโดร คอนซัลแตนท์ จำกัด,
บริษัท สยาม-เทค กรุ๊ป  จำกัด, บริษัท เอส เอ็น ที คอนซัลแตนท์ จำกัด

2. การจัดหาที่ดิน

2.1) ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2552

2.2) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้การเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน วันที่ 23 สิงหาคม 2553

2.3) พื้นที่ที่ถูกเวนคืนทั้งหมดประมาณ 441 แปลง 677 – 1 - 38.60 ไร่

ผลประโยชน์โครงการ

- ช่วยบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย ในเขตตัวเมืองจันทบุรี

- สามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้ามาในบริเวณพื้นที่โครงการ

- เป็นแหล่งเก็บกักน้ำและส่งน้ำบางส่วน สำหรับการเกษตรและกิจกรรมอื่นๆ โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ ประมาณ 5,000 ไร่

- ช่วยเสริมเส้นทางคมนาคม บริเวณ 2 ฝั่งคลอง ตั้งแต่บริเวณถนนตรีรัตน์จนถึงประตูระบายน้ำคลองอ่าง

รายละเอียดโครงการ

          1. ลักษณะอุทกวิทยา

           ลุ่มน้ำจันทบุรีมีปริมาณฝนรายปีเฉลี่ยเท่ากับ  2,602.51  มิลลิเมตร และปริมาณฝนรายปีเฉลี่ยผันแปรแตกต่างกันอยู่ระหว่าง 1,700 ถึง 3,200 มิลลิเมตร ฝนตกชุกมากในเดือนสิงหาคม ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี  2,885.94 ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาณน้ำท่าสูงสุดและต่ำสุดในเดือนสิงหาคมและมีนาคม ตามลำดับ 

           ระดับน้ำสูงสุดและปริมาณน้ำหลากสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2542  2543  2544 และ 2549             ที่สถานีบ้านปึก (Z.13)  สถานีบ้านฉมัน (Z.14) และที่ฝายยางจันทบุรี มีดังนี้

สถานี

ระดับน้ำสูงสุดรายปี (ม.รทก.)

ปริมาณน้ำหลากสูงสุดรายปี (ลบ.ม./วินาที)

2542

2543

2544

2549

2542

2543

2544

2549

บ้านปึก (Z.13)

+15.30

+13.79

+14.82

+13.84

451.00

364.22

503.60

372.48

บ้านฉมัน(Z.14)

+14.55

+13.90

+14.87

+13.65

262.00

190.90

370.40

278.30

ฝายยางจันทบุรี

+5.70

+4.60

+4.95

+5.52

*

*

*

*

หมายเหตุ :  * ไม่ได้มีการบันทึกไว้

          2. สภาพการระบายน้ำหลาก

              การออกแบบขนาดปริมาณน้ำหลากสูงสุดของแม่น้ำจันทบุรีที่จะผันไปทางคลองผันน้ำ สายใหม่ จึงได้พิจารณากำหนดรอบปีการเกิดของน้ำหลากที่  30 ปี ซึ่งมีปริมาณน้ำหลากสูงสุดของแม่น้ำจันทบุรีในช่วงที่จะผันน้ำออกไปประมาณ ๗๗๕ – ๘๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อทำการตรวจสอบความสามารถในการระบายน้ำหลากของแม่น้ำจันทบุรีโดย พิจารณาจากผลการสำรวจรูปตัดเดิมเมื่อ    ปี ๒๕๔๔ แม่น้ำจันทบุรีบริเวณตัวเมืองจันทบุรีจะระบายได้ ๓๗๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยไม่มีการเอ่อล้นฝั่ง และปริมาณน้ำหลาก ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการเอ่อล้นบางช่วงแต่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก อย่างไรก็ดีหลังจากปี ๒๕๔๖ ได้มีการปรับปรุงขุดลอกแม่น้ำจันทบุรีตอนล่างและคลองลำเสนอตามแผนการแก้ไข และบรรเทาอุทกภัยระยะเร่งด่วน จึงคาดว่าแม่น้ำจันทบุรีจะมีความสามารถในการระบายน้ำหลากในสภาพปัจจุบัน เทียบกับสภาพปี ๒๕๔๖ ดังนี้

 

ปริมาณน้ำหลากที่มีผลต่อตัวเมืองจันทบุรี, ลบ.ม./วินาที

สภาพที่พิจารณา

ไม่มีน้ำเอ่อล้นฝั่ง

เอ่อล้นฝั่งบางช่วงก่อให้เกิด

ความเสียหายน้อย

น้ำเริ่มท่วมบริเวณพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจ

 

1. ก่อนการปรับปรุงแม่น้ำจันทบุรี

370

400

425

    ตามแผนระยะเร่งด่วน (2546)

     

2. สภาพปัจจุบันหลังมีการปรับปรุง

425

450

475

   แม่น้ำจันทบุรีบางช่วงในตอนล่าง

     

              จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าวจะเห็นว่าปริมาณน้ำหลากที่ไหลผ่านบริเวณตัวเมือง จันทบุรีที่จะไม่เกิดภาวะน้ำท่วมได้จะต้องไม่เกินกว่า ๔๗๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ดังนั้น ปริมาณน้ำหลากสูงสุดที่จะผันจากแม่น้ำจันทบุรีไปทางคลองผันน้ำสายใหม่จะเท่า กับ ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำหลากสูงสุดที่จะระบายออกสู่ทะเลโดยผ่านทางสถานีสูบน้ำและประตู ระบายน้ำคลองตะเคียนเท่ากับ ๓๗๕  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตามในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงจะไม่สามารถระบายน้ำหลากผ่านทางประตู ระบายน้ำคลองตะเคียนได้สะดวก จึงได้เสนอให้มีการติดตั้งสถานีสูบน้ำเพื่อเร่งสูบน้ำออกที่บริเวณประตู ระบายน้ำคลองตะเคียน โดยได้พิจารณาอัตราการสูบระบายออกสูงสุด ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการระบายน้ำและน้ำหลากท่วมในพื้นที่ของตำบลหนองบัว  อีกทั้งยังจะช่วยพร่องน้ำในคลองผันน้ำให้ต่ำลงก่อนการเกิดน้ำหลากครั้งต่อไป ดังนั้นเมื่อมีการดำเนินโครงการ    ผันน้ำใหม่ตามแผนระยะที่ ๒ จะสามารถลดระดับน้ำหลากและปริมาณการไหลสูงสุดของน้ำหลากในบริเวณตัวเมือง จันทบุรี

 3. สภาพการระบายน้ำหลาก

3.1 งานสัญญาจ้าง

ผลงานความก้าวหน้างานก่อสร้าง  ได้ผลงานร้อยละ 98.255 จากแผนงานที่วางไว้ร้อยละ 99.290      ช้ากว่าแผนร้อยละ 1.035

3.2 การจัดหาที่ดิน 

                          1)ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2552

                          2) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้การเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน วันที่23 สิงหาคม 2553

                          3) พื้นที่ที่ถูกเวนคืนทั้งหมดประมาณ 448 แปลง 547 - 3 - 38.60 ไร่ และที่ดินจัดหาเพิ่มเติม

                                 จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 1 – 2 – 40 ไร่ เพื่อใช้สำหรับงานจ้างก่อสร้างถนนลาดยาง Asphaltic Concrete หนา 0.05 เมตร ได้ดำเนินการจัดหาที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว

                                         

ภาพความก้าวหน้างานขุดคลองผันน้ำสายใหม่พร้อมอาคารประกอบ

ประตูระบายน้ำปากคลองผันน้ำ

คลองผันน้ำสายใหม่บริเวณสามแยกน้ำคลองข่าตอนบน-คลองพลับพลา

คลองผันน้ำสายใหม่บริเวณสามแยกน้ำคลองข่าตอนบน-คลองพลับพลา

คลองผันน้ำสายใหม่บริเวณสามแยกน้ำคลองข่าตอนบน-คลองพลับพลา

คลองผันน้ำสายใหม่บริเวณสามแยกน้ำคลองข่าตอนบน-คลองพลับพลา

ภาพมุมสูง คลองภักดีรำไพ

 


ban ridban lsp     ban Mail  ban km  ban km lsp  ban saraban  ban water   ban facebook


หน่วยงานในสังกัด สพญ.

หน่วยงานสังกัดกรมชลประทาน

พยากรณ์อากาศ

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์

097476
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
รวมทั้งหมด
50
52
161
934
97476