Logo10

โครงการวังหีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา

โครงการวังหีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

....................................................................................

1. ประวัติโครงการ

           เมื่อวันที่  2  ตุลาคม  2533  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศบริเวณที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำกะลูแป  ตำบลเตราะบอน  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี  พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานในพื้นที่ต่าง ๆ  ทั้งได้ทรงรับสั่งให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำปิดกั้นคลองวังหีบ  และอ่างเก็บน้ำสาขาด้วย  ที่บริเวณบ้านนาหลวงเสน  และบ้านนาประดิษฐ์  ตลอดจนฝายทดน้ำต่าง ๆ ในเขตอำเภอทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ตามที่ราษฎรได้กราบบังคมทูลพระราชทาน  และกรมชลประทานได้มอบหมายให้กองวางโครงการ  (ปัจจุบัน คือ สำนักบริหารโครงการ)  ดำเนินการศึกษาวางโครงการต่อไป

              กรมชลประทานโดยกองวางโครงการได้ศึกษาจัดทำรายงานเบื้องต้นขึ้นเมื่อวันที่  12 กรกฎาคม 2536  เพื่อกำหนดขอบเขตของงานสำรวจข้อมูลพื้นฐานในการศึกษารายละเอียดโครงการฯ  และภายหลังจากได้รับข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง  จึงได้ศึกษาและจัดทำรายงานวางโครงการ (Pre-feasibility Report : PR) แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2541 แต่จากการศึกษาพบว่าถ้าหากต้องการเก็บกักน้ำให้เต็มศักยภาพ บริเวณพื้นที่น้ำท่วมของอ่างเก็บน้ำจะเข้าเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532  มิให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ไม่ว่ากรณีใด ๆ จึงส่งผลให้โครงการวังหีบต้องลดระดับเก็บกักน้ำลงมาทำให้เก็บน้ำได้ในปริมาณที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ทำให้ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำได้

              ต่อมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2546  ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ผ่อนผันการขอใช้พื้นทื่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ให้ดำเนินการศึกษาโครงการได้แต่ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ดังนั้นกรมชลประทานจึงได้ดำเนินงานโดยศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการวังหีบ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีตามมติดังกล่าวต่อไป

2. ที่ตั้งโครงการ

โครงการวังหีบเป็นการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดกลาง ปิดกั้นคลองวังหีบบริเวณหมู่ที่ 1 บ้านสระแก้ว  และหมู่ที่ 5  บ้านคอกช้าง  ตำบลนาหลวงเสน  อำเภอทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช

3. วัตถุประสงค์ของโครงการวังหีบ

              1) เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้เพื่อการเพาะปลูกทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง

              2) เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคของราษฎรและสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่โครงการและใกล้เคียง

              3) เพื่อใช้เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืดให้ราษฎรได้ใช้บริโภค และมีรายได้เสริมจากการจับสัตว์น้ำ

              4) เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ

                   5) ใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของราษฎรที่อาศัยบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่โครงการ

4. ลักษณะและรูปแบบองค์ประกอบของโครงการวังหีบ

           โครงการวังหีบเป็นการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดกลาง ปิดกั้นคลองวังหีบบริเวณหมู่ที่ 1 บ้านสระแก้ว  และหมู่ที่ 5  บ้านคอกช้าง  ตำบลนาหลวงเสน  อำเภอทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภค-บริโภคในเขตตำบลนาหลวงเสน  ตลอดจนมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะปล่อยลงคลองวังหีบ  โดยจะมีการบริหารจัดการน้ำในคลองวังหีบ  เพื่อส่งน้ำให้ทั้งสองฝั่งของคลองวังหีบในเขตตำบลนาหลวงเสน  ตำบลหนองหงส์  ตำบลควนกรด และตำบลนาไม้ไผ่  รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองเพื่อใช้ในกิจกรรมของสำนักงานประปาทุ่งสง  นอกจากนั้นในบริเวณพื้นที่อ่างจะเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงพื้นบ้านในบริเวณรอบอ่างตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจของราษฎรในบริเวณพื้นที่โครงการและจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนด้วย  โดยสรุปองค์ประกอบโครงการได้ดังนี้

เขื่อนเก็บกักน้ำและอาคารประกอบ

                                                                                        1) ที่ตั้งเขื่อนเก็บกักน้ำ  : ตัวเขื่อนปิดกั้นคลองวังหีบที่หมู่ที่ 1  บ้านสระแก้ว และหมู่ที่ 5 บ้านคอกช้าง

                                                                                                                           ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

                                                                      2) ลักษณะทางอุทกวิทยา         

                     - พื้นที่รับน้ำฝนของอ่างฯ                           :           30.00     ตร.กม.

                     - ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เฉลี่ยรายปี            :           27.77     ล้าน ลบ.ม.

                     - ปริมาณน้ำนองสูงสุดไหลเข้า (รอบ 500 ปี)  :        210.19     ลบ.ม./วินาที           

                                                                                        3) เขื่อนเก็บกักน้ำ            

                     -  ชนิดเขื่อน                                           :         เขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว

                     -  ความกว้างสันเขื่อน                               :           10.00     เมตร

                     - ความยาวสันเขื่อน                                  :             340     เมตร

                     - ความสูงเขื่อนจากระดับท้องน้ำ                 :           65.22     เมตร

                     - ระดับสันเขื่อน                                       :       +156.00     ม. (รทก.)

                     - ระดับน้ำสูงสุด                                       :       +154.46     ม. (รทก.)   

                     - ระดับน้ำเก็บกัก                                     :       +153.00     ม. (รทก.)

                     - ระดับน้ำต่ำสุด                                       :       +105.00     ม. (รทก.)   

                     - ระดับท้องน้ำ                                        :         +90.78     ม. (รทก.)

                     - ความจุอ่างที่ระดับน้ำสูงสุด                      :           21.31     ล้าน ลบ.ม. 

                     - ความจุอ่างที่ระดับน้ำเก็บกัก                     :           20.10     ล้าน ลบ.ม.

                     - ความจุอ่างที่ระดับน้ำต่ำสุด                      :            0.22     ล้าน ลบ.ม.

                     - พื้นที่ผิวอ่างที่ระดับน้ำสูงสุด                     :             525     ไร่

                     - พื้นที่ผิวอ่างที่ระดับน้ำเก็บกัก                   :             510     ไร่

                     - พื้นที่ผิวอ่างที่ระดับน้ำต่ำสุด                     :               32     ไร่

4) อาคารระบายน้ำล้น

                     - รูปแบบของอาคาร                                        :        ไหลข้ามสันฝายโค้งแบบ Side Channel Spillway

                     - ปริมาณน้ำสูงสุดผ่านอาคาร (รอบ 500 ปี)    :         184.24     ลบ.ม./วินาที

                     - ระดับสันฝาย                                        :       +153.00     ม. (รทก.)

                     - ระดับน้ำนองสูงสุด                                 :       +154.46     ม. (รทก.)

                     - ความยาวสันฝาย                                   :           50.00     เมตร

5) อาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิมและท่อส่งน้ำ

                     - ชนิดอาคารรับน้ำ                                   :       ท่อรับน้ำ

                     - เส้นผ่านศูนย์กลางท่อ                             :        Æ1.50     เมตร

                     - ปริมาณน้ำผ่านอาคารสูงสุด                      :           18.23     ลบ.ม./วินาที

                     - เส้นผ่านศูนย์กลางท่อส่งน้ำ                      :        Æ0.50     เมตร

                       ไปยังสำนักงานประปาทุ่งสง

                     - เส้นผ่านศูนย์กลางท่อส่งน้ำเพื่อการ            :        Æ0.50     เมตร

                       อุปโภค-บริโภคในเขตตำบลนาหลวงเสน

6) ถนนบริเวณอ่างเก็บน้ำ

                     - ถนนบนสันเขื่อน                                    :       ผิวจราจร Asphaltic Concrete กว้าง 8.00 เมตร

                                                                                        ไหล่ทาง ลาดยาง 1 ชั้น ข้างละ 1.00 เมตร

                     - ถนนเข้าหัวงาน                                      :       ผิวจราจร ลาดยาง 2 ชั้น กว้าง 6.00 เมตร

                                                                                        ไหล่ทาง ลาดยาง 1 ชั้น ข้างละ 1.00 เมตร

                     - ถนนทดแทน                                         :       ผิวจราจร ลาดยาง 2 ชั้น กว้าง 6.00 เมตร

                                                                                        ไหล่ทาง ลาดยาง 1 ชั้น ข้างละ 1.00 เมตร

รูปแบบระบบส่งน้ำ

1. ระบบส่งน้ำหลัก ใช้คลองวังหีบเป็นคลองส่งน้ำพร้อมปรับปรุงอาคารชลประทานเดิมและเสนออาคารชลประทานศักยภาพเพิ่มเติมในคลองวังหีบและคลองหนองเภา

2. ระบบกระจายน้ำเพิ่มเติม ประกอบด้วย

              ·     ส่งน้ำเชื่อมโยงคลองวังหีบ-คลองหนองเภา

                   ·     วางระบบส่งน้ำเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับระบบประปาภูเขาของราษฎรตำบลนาหลวงเสน และพื้นที่ชลประทานเดิมของฝายคลองวัง         หีบ

              ·     วางระบบส่งน้ำเพื่อส่งน้ำให้สำนักประปาทุ่งสง

 

เอกสารอ้างอิง:
           รายงานการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช (กรมชลประทาน, 2552)

แผนที่แสดงที่ตั้งโครงการวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช

5. ผลประโยชน์ของโครงการวังหีบ

              ·     พื้นที่รับประโยชน์ (เพื่อการเกษตร) มีพื้นที่ 13,014 ไร่  ซึ่งครอบคลุม 24 หมู่บ้าน ใน
4 ตำบล คือ ตำบลนาหลวงเสน  ตำบลหนองหงส์  ตำบลควนกรดและตำบลนาไม้ไผ่

              ·     หมู่บ้านรับประโยชน์ (เพื่อการอุปโภคบริโภค) ครอบคลุม 20 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบล คือ ตำบลนาหลวงเสน ตำบลหนองหงส์และตำบลนาไม้ไผ่

6. ผลกระทบของโครงการ

ผลกระทบต่อการชดเชยที่ดินและทรัพย์สินของราษฎร

              การชดเชยที่ดินและทรัพย์สินในพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองวังหีบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

              1) การชดเชยที่ดิน : ที่ดินของประชาชนในบริเวณพื้นที่องค์ประกอบโครงการ ได้แก่ พื้นที่หัวงาน พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ฝายในคลองวังหีบ รวมทั้งแนวท่อส่งน้ำและถนนทดแทน มีเนื้อที่รวมทั้งหมด 419 ไร่ คิดเป็นค่าชดเชยที่ดินประมาณ 16.760 ล้านบาท

              2) การชดเชยอาคารและสิ่งปลูกสร้าง : มีอาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำ           รวมจำนวน 28 หลัง ซึ่งจำแนกเป็นบ้าน จำนวน 27 หลัง และโรงรีดยาง จำนวน 1 หลัง โดยมีผู้ถือครองจำนวน 27 ราย รวมเป็นค่าชดเชยทั้งสิ้น 9.049 ล้านบาท

             3) การชดเชยพืชผลทางการเกษตร : มีไม้ยืนต้นและไม้ผลในพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งบริเวณถนนทดแทน ชนิดพืช ได้แก่ ยางพารา เงาะ ทุเรียน มังคุด เป็นต้น คิดเป็นค่าชดเชยพืชผลทางการเกษตรทั้งสิ้นประมาณ 37.437 ล้านบาท

7. ราคาโครงการ

     

8. การดำเนินการของโครงการ/สถานภาพ

เนื่องจากมีพื้นที่น้ำท่วมบางส่วนอยู่ในเขตชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ซึ่งเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างบริษัท ซิกม่า ไฮโดร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จำกัด จัดทำรายงานศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (FS & EIA) แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2522 และจัดส่งรายงานให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นำสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2553 โดย คชก. มีมติ “ยังไม่เห็นชอบ” ต่อรายงานฯ เนื่องจากยังมีประเด็นที่ติดค้าง ๑๗ ประเด็นหลัก รวม ๒๑ ประเด็นย่อย โดยให้กรมชลประทานปรับปรุงรายงานตามข้อคิดเห็นเพิ่มเติม

                 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 กรมชลประทานได้เสนอรายงานชี้แจงครั้งที่ 1 เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ คชก. อีกครั้ง โดยมีมติ ให้กรมชลประทานพิจารณาปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลให้ชัดเจน และให้เป็นปัจจุบัน (เนื่องจากรายงานฯ ได้ศึกษาแล้วเสร็จตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552) ได้แก่ ประเด็นสังคมและการมีส่วนร่วม การชดเชยทรัพย์สิน สภาพเศรษฐกิจและสังคม ความต้องการใช้น้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เศรษฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเดิม โดยวิธีตกลง เพื่อดำเนินการทบทวนและสำรวจเพิ่มเติม โครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช (ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วม) ตามสัญญาจ้างเลขที่ จ.๓๘/๒๕๕๗ (กสพ.) ลงวันที่ ๒๘ พ.ค. ๒๕๕๗ โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน ๙๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาในวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการจัดประชุมทบทวนรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อวันที่ 20-21 เม.ย. 2557 และ 25-26 เม.ย. 2557 จัดกิจกรรมพากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเข้าศึกษาดูงานโครงการอ่างเก็บน้ำกระทูน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2557 การศึกษาและสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ได้แก่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน เศรษฐกิจและสังคม การชดเชยที่ดินและทรัพย์สิน ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ถนนทดแทน เป็นต้น โดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการจัดทำรายงานชี้แจงครั้งที่ 2 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2557 และสำนักบริหารโครงการได้ดำเนินการจัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมโดยคณะทำงานเตรียมความพร้อมและติดตามการพิจารณารายงานฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอรายงานชี้แจงดังกล่าวต่อ สผ. เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. อีกครั้ง

เมื่อ 14 สิงหาคม 2558  คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ครั้งที่ 2/2558  ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบต่อรายงาน  โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ ให้ชี้แจงรายงานด้านต่าง ๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ด้านสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน  ด้านสาธารณสุข  ด้านธรณีวิทยา  และด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม

 

9. การขออนุญาตเข้าพื้นที่

ได้ดำเนินการเข้าพื้นที่ป้ายสีขอบเขตงาน เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่รับทราบว่าที่ดินของตนเองถูกเขตชลประทานหรือไม่ อย่างไร ในการนี้ได้รับความร่วมมือจากทหารและกำนันผู้ใหญ่บ้านร่วมสังเกตุการณ์ด้วย

 


ban ridban lsp     ban Mail  ban km  ban km lsp  ban saraban  ban water  ban facebook 


หน่วยงานในสังกัด สพญ.

หน่วยงานสังกัดกรมชลประทาน

ค้นหา

เว็บไซต์ยอดนิยม

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์

137831
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
รวมทั้งหมด
4
40
4
238
137831