ความเป็นมาของโครงการ

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เป็นโครงการหนึ่ง ในแผนพัฒนาลุ่มแม่น้ำปัตตานี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคใต้ มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร โดยกรมชลประทานได้วางแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยมีวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนา คือ

1. เพื่อทดน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก สองฝั่งแม่น้ำปัตตานี ประมาณ 300,000 ไร่ ในเขตจังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลาบางส่วน

2. เพื่อบรรเทาน้ำท่วมและอุทกภัยอันเป็นปัญหาใหญ่ของลุ่มแม่น้ำปัตตานี ทางตอนล่าง

3. เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากการระบายน้ำผ่านเขื่อนฯ เพื่อใช้ตาม

วัตถุประสงค์ต่าง ๆ

4. เพื่อการอุปโภค บริโภค สองฝั่งแม่น้ำปัตตานีและการผลิตน้ำประปาให้กับชุมชน

ในแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนแรก โครงการตอนบน (เขื่อนบางลาง) เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ และผลิตกระแสไฟฟ้าที่บ้านบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2519 – 2524 ขนาดของอ่างมีความจุประมาณ 1,400 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 72 เมกกะวัตต์ สามารถผลิตพลังงาน ไฟฟ้าได้ประมาณ 200 ล้านกิโลวัตต์ – ชั่วโมงต่อปี

ส่วนที่ 2 โครงการตอนล่าง (โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี) เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำ ที่ ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พร้อมทั้งก่อสร้างระบบชลประทานในพื้นที่เพาะปลูก สองฝั่งแม่น้ำปัตตานีพื้นที่ประมาณ 300,000 ไร่ ดำเนินการโดยกรมชลประทาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511

ที่ตั้งและอาณาเขต

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี มีหัวงานตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา อยู่ทางตอนล่างของเขื่อนบางลาง ตามลำน้ำปัตตานี ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ห่างจาก จังหวัดปัตตานีมาทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข 410 ระยะทาง ประมาณ 25 กิโลเมตร และอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดยะลา ห่างจาก จังหวัดยะลา ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

ทิศเหนือ ติด ทะเลอ่าวไทย

ทิศใต้ ติด อำเภอเมือง จังหวัดยะลา อำเภอทุ่งยางแดง และ

อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี

ทิศตะวันออก ติด อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

ทิศตะวันตก ติด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

สภาพทั่วไปของโครงการ

ลักษณะภูมิประเทศ

พื้นที่ลุ่มแม่น้ำปัตตานี ทั้งหมด ประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ทางทิศใต้เป็นที่สูงเนิน และเป็นภูเขาในแถบเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นกำเนิดของแม่น้ำ หลายสาย และมีที่ราบอยู่ทางตอนล่างใกล้บริเวณชายฝั่งทะเลทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของภาคใต้ มีความเหมาะสมในการปลูกพืชอยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง ถัดจากที่ราบเป็นป่าชายเลนอยู่ภายใต้อิทธิพลน้ำทะเลขึ้นถึง มีป่าไม้แสมและ ไม้โกงกาง เหมาะสำหรับเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปัจจุบันมีการขยายพื้นที่เป็นนากุ้งแล้วเป็นส่วนมาก

ลักษณะภูมิอากาศ

จังหวัดปัตตานี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ถึง กันยายน และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดผ่านทะเลจีนใต้ในเดือนพฤศจิกายน ถึง มกราคม ช่วงหน้าแล้งประมาณ 3 – 4 เดือน คือ เดือนมกราคม ถึงเดือน เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยต่อปี ร้อยละ 79.0 อัตราการระเหยต่อปี ประมาณ 1,400 มิลลิเมตร

ลักษณะแม่น้ำ

แม่น้ำปัตตานี เป็นแม่น้ำสายหลักของเขื่อนทดน้ำปัตตานี ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ในบริเวณเขตติดต่อระหว่าง อำเภอเบตง อำเภอยะลา กับประเทศมาเลเซีย แล้วไหลขึ้นไปทางเหนือ ไหลขนาน โดยประมาณกับเส้นแวง ที่ 101 – 15 องศาตะวันออก ผ่านพื้นที่ราบระหว่าง จังหวัดยะลา และ จังหวัดปัตตานี ในเขต อำเภอยะรัง อำเภอหนองจิก แล้วไหลลงสู่อ่าวไทยที่บ้านปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีความยาวรวมประมาณ 210 กิโลเมตร ต้นน้ำมีความลาดชันสูง และค่อย ๆ ลดความลาดชันลง ทำให้บริเวณ จังหวัดปัตตานี ในช่วงฤดูฝนน้ำจะเอ่อท่วมพื้นที่สองฝั่ง และในช่วงฤดูแล้งมีน้ำไม่พอเพียงต่อการ เพาะปลูก

ลักษณะดิ

ลักษณะดินในเขตโครงการฯ กำเนิดมาจากการทับถมของ ตะกอนดินชายทะเล เนื่องจากการลดความลาดชันของแม่น้ำทั้งเก่า และใหม่ ซึ่งทำให้เกิดสันดอนลาดติดชายทะเลบริเวณกว้าง พื้นที่รับน้ำทางตอนบนมีลักษณะเป็นแอ่ง และที่สูงเนินภูเขาตอนกลางแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่ราบลุ่มทางตอนล่าง ติดกับชายทะเลลักษณะดินในเขตโครงการฯ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในขั้นต่ำถึงปานกลาง ชั้นบนเป็นดินปนทราย และชั้นล่าง – เป็นดินดาน ดินบริเวณน้ำท่วมสองฝั่งแม่น้ำ และชายทะเล จึงมีความอุดมสมบูรณ์ อยู่ในขั้นต่ำ และเป็นพื้นที่ดินสภาพดินเปรี้ยว ในบางพื้นที่

ขณะนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้ทำการสำรวจและพัฒนาพื้นที่ในเขต จังหวัดปัตตานี บริเวณที่เป็นดินเปรี้ยวในเขตลุ่มน้ำปัตตานีแล้ว เพื่อหาแนวทางพัฒนาการใช้ประโยชน์ของที่ดินบริเวณนี้ต่อไป

ลักษณะฝน

ลักษณะฝนในเขตลุ่มน้ำปัตตานี แบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ ช่วงฝนตกชุกระหว่าง เดือน พฤศจิกายน ถึงเดือน ธันวาคม ช่วงปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม และช่วงฤดูแล้ง อยู่ในเกณฑ์น้อย ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน เมษายน ปริมาณฝนที่ตรวจสอบวัดได้จากหัวงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เฉลี่ยจากปี 2519 – 2542 = 2,040.6 มิลลิเมตร/ปี

สภาพเศรษฐกิจและสังคม

ประชากรจังหวัดปัตตานี จากสถิติทะเบียนราษฎร์ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2542 จำนวนทั้งสิ้น 598,650 คน แยกเป็นชาย 294,383 คน และหญิง 304,267 คน เฉลี่ยความหนาแน่นประชากร 298 คน ต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร อัตราการเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2541 – 31 ธันวาคม 2542 เพิ่มขึ้น 11,563 คน หรือร้อยละ 1.97 ประชากร ส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลาม มีความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และขนบธรรมเนียมประเพณี (นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 81.0 ศาสนาพุทธ ร้อยละ 19.0) จากการศึกษาสภาพเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่า เมื่อ 8 – 9 ปี ที่ผ่านมานั้น จังหวัดปัตตานี ยังจัดได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจล้าหลังอยู่มาก เนื่องจากมีพื้นที่น้อยแต่มีประชากรมาก แต่ในปัจจุบัน สภาพได้เปลี่ยนแปลงไป มีการขยายตัวทางด้าอุตสาหกรรมการประมง ขยายตัวทางด้านการประมงน้ำเค็ม และการเลี้ยงกุ้ง การเปลี่ยนแปลงการผลิตผลไม้ (ทุเรียน, ลองกอง) เพิ่มมากขึ้น ทำให้จังหวัดปัตตานีมีความเจริญทัดเทียมเท่าจังหวัดอื่น ๆ และมีรายได้สูงติดอันดับในจังหวัด ภาคใต้แล้ว

 

 

ลักษณะของโครงการ

ประเภทของโครงการ

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ประเภททดน้ำและส่งน้ำพร้อมทั้งระบายน้ำ

พื้นที่โครงการ

โครงการครอบคลุมพื้นที่ (Project Area) ทั้งหมด 373,850 ไร่

พื้นที่ชลประทานของโครงการ

พื้นที่ชลประทาน (Irrigable Area) ทั้งหมด 275,800 ไร่ แยกตามลักษณะ พื้นที่ชลประทานประเภทต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน ดังนี้

1.      เป็นพื้นที่ชลประทาน ประเภท 02 ประมาณ 96,600 ไร่

2.      เป็นพื้นที่ชลประทาน ประเภท 03 ประมาณ 147,050 ไร่

3.      เป็นพื้นที่ชลประทาน ประเภท 04 ประมาณ 32,150 ไร่

หมายเหตุ ลักษณะพื้นที่ชลประทานแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

ระดับ 01 พื้นที่ชลประทานสมบูรณ์แบบ ซึ่งมีการจัดรูปที่ดิน

ระดับ 02 พื้นที่ชลประทานที่มีระบบคันคูน้ำไม่มีการจัดรูปที่ดิน

ระดับ 03 พื้นที่ชลประทานที่มีเฉพาะระบบคลองส่งน้ำสายใหญ่และ

คลองส่งน้ำสายซอย

ระดับ 04 พื้นที่ชลประทานที่ไม่มีระบบคลองส่งน้ำ

 

อาคารชลประทานของโครงการฯ

เขื่อนทดน้ำ เป็นเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่โดยมีรายละเอียดของเขื่อน ดังนี้

o        ระดับน้ำสูงสุด +12.750 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

o        ระดับทดน้ำสูงสุด +12.500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

o        ระดับพื้นธรณีบาน +9.300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

o        ระดับสันบาน +14.475 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

o        ระดับสันตอม่อ +15.000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

o        จำนวนช่องระบาย 7 ช่อง

o        ขนาดของช่องระบาย 6.00 เมตร

o        บานระบายมีลักษณะเป็นบานเหล็กโค้ง

o        ปริมาณน้ำผ่านเขื่อนสูงสุดได้ 750 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

อาคารระบายน้ำฉุกเฉิน มีลักษณะเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก ยาว 1,600 เมตร สูงประมาณ 2.20 เมตร ระดับสันฝาย +12.75 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง สามารถระบายน้ำสูงสุดได้ประมาณ 1,750 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

ประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา มีช่องระบายน้ำขนาด 5.00 เมตร 3 ช่อง สามารถส่งน้ำได้ 58.5 ลูกบาศก์เมตร/วินาที สามารถแยกส่งน้ำให้กับคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 28.3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 106,250 ไร่ และ ส่งน้ำให้คลองส่งน้ำสายใหญ่สายกลาง 30.20 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 35,600 ไร่

ประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย มีช่องทางระบายน้ำขนาด 5.00 เมตร 2 ช่อง สามารถส่งน้ำได้ 22.4 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยส่งน้ำให้กับคลอง ส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่

คันกั้นน้ำเหนือเขื่อนฝั่งซ้าย เริ่มจากประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ความยาว 11 กิโลเมตร ขนาดหลังคันกว้าง 6.00 – 10.00 เมตร สูงเฉลี่ย 2.50 เมตร ผิวจราจรราดยาง

คันกั้นน้ำเหนือเขื่อนฝั่งขวา ความยาว 5 กิโลเมตร หลังคันกว้าง 6.00 – 10.00 เมตร สูงเฉลี่ย 3.00 เมตร ผิวจราจรลาดยาง เป็นทางเข้าหัวงานทางหนึ่ง

อาคารชลประทานในระบบส่งน้ำ แยกเป็น 4 ระบบ ประกอบด้วย

1. ระบบส่งน้ำฝั่งขวา ประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ 1 สาย ความยาวประมาณ 53 กิโลเมตร ส่งน้ำได้สูงสุด 28.3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที มีคลองแยกซอย จำนวน 39 สาย มีอาคารชลประทาน 990 แห่ง ความยาวประมาณ 180 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 106,250 ไร่ ในเขต อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอมายอ และ อำเภอปะนาเระ รวม 4 อำเภอ ในเขต จังหวัดปัตตานี

2. ระบบส่งน้ำฝั่งซ้าย ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ 1 สาย ความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร ส่งน้ำได้สูงสุด 22.40 ลูกบาศก์เมตร/วินาที มีคลองซอยและคลองแยกซอย 24 สาย รวมความยาวประมาณ 142 กิโลเมตร มีอาคารชลประทาน 645 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่ ในเขต อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอแม่ลาน อำเภอหนองจิก รวม 3 อำเภอ ในเขต จังหวัดปัตตานี และพื้นที่บางส่วนของ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

3. ระบบส่งน้ำสายกลาง ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ 1 สาย ความยาว 5 กิโลเมตร ส่งน้ำได้สูงสุด 30.20 ลูกบาศก์เมตร/วินาที มีคลองซอยและคลองแยกซอยจำนวน 10 สาย รวมความยาว 62 กิโลเมตร มีอาคารชลประทาน 145 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 35,600 ไร่ ในเขต อำเภอยะรัง อำเภอหนองจิก และอำเภอเมืองปัตตานี รวม 3 อำเภอ ในเขต จังหวัดปัตตานี

4. ระบบส่งน้ำในพื้นที่จัดสรรนิคมพรุทุ่งคอก อันเนื่องมาจากการอพยพราษฎรในเขตน้ำท่วมบริเวณเหนือเขื่อน โดยส่งน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.35 เมตร จำนวน 3 เครื่องในพื้นที่ประมาณ 1,800 ไร่ อันประกอบด้วยคลองส่งน้ำ สายใหญ่ความจุ 0.56 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ความยาว 7 กิโลเมตร และคูส่งน้ำดาดคอนกรีต ทั้งสิ้น 12 สาย โดยแบ่งแปลงจัดสรรไว้ จำนวน 210 แปลง แปลงละประมาณ 6.5 ไร่

อาคารชลประทานในระบบระบายน้ำ ประกอบด้วย

1. ระบบระบายน้ำฝั่งซ้าย ประกอบด้วยคลองระบายน้ำสายใหญ่และสายซอย จำนวน 20 สาย รวมความยาวประมาณ 161 กิโลเมตร อาคารชลประทาน 280 แห่งเพื่อระบายน้ำฝั่งซ้ายแม่น้ำปัตตานี ในเขต อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก อำเภอแม่ลาน และ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ประมาณ 130,000 ไร่

2. ระบบระบายน้ำฝั่งขวา ประกอบด้วยคลองระบายน้ำสายใหญ่และสายซอย จำนวน 68 สาย รวมความยาวประมาณ 280 กิโลเมตร และมีอาคารชลประทาน 300 แห่ง เพื่อระบายน้ำฝั่งขวาแม่น้ำปัตตานี ในเขต อำเภอมายอ อำเภอปะนาเระ และ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ประมาณ 180,000 ไร่

อาคารชลประทานในระบบแปลงนา

ประกอบด้วยคันคูส่งน้ำ ทั้งประเภทดาดคอนกรีต และคูดิน จำนวน 559 สายคู ความยาวประมาณ 700 กิโลเมตร โดยก่อสร้างใน 48 AREA ของฝั่งขวา และ 49 AREA ในฝั่งขวา รวมทั้งพื้นที่ประมาณ 150,000 ไร่ ในเขต อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอแม่ลาน และอำเภอหนองจิก รวม 7 อำเภอ ใน จังหวัดปัตตานี

อาคารชลประทานในระบบบรรเทาอุทกภัยตัวเมืองยะลา

ประกอบด้วย คั้นกั้นน้ำเหนือเขื่อนฝั่งขวา ตั้งแต่หน้าค่ายสิรินธร ตำบล เขาตูม อำเภอยะรัง ไปจนถึงบริเวณหลังเรือนจำจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา ความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร หลังคันกว้าง 6.00 – 10.00 เมตร ผิวจราจรลูกรัง สูงเฉลี่ย 3.00 เมตร พร้อมสถานีสูบน้ำไฟฟ้าขนาดใหญ่ จำนวน 4 แห่ง และท่อลอดคันกั้นน้ำแบบมีบานระบายน้ำเปิดปิดอัตโนมัติ จำนวน 47 แห่ง และบางช่วงเป็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก สูงประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 800 เมตร