กิจกรรม การเสริมสร้างการเรียนรู้ขององค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ชุดที่ 1 สาระสำคัญของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535
ในการจัดหาพัสดุเพื่อใช้ในราชการ ส่วนราชการต่าง ๆ จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2538 ฉบับที่ 3 พ.ศ.2539 และฉบับที่ 4 พ.ศ.2541 ซึ่งเป็นระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดหาพัสดุ มีข้อกำหนดรวมทั้งสิ้น 178 ข้อ แบ่งเป็น 4 หมวด คือ
หมวด 1 ข้อความทั่วไป มี 4 ส่วน รวม 8 ข้อ
หมวด 2 การจัดหา มี 8 ส่วน รวม 146 ข้อ แบ่งเป็น
(1) การจัดหา มี 6 ประเภท ได้แก่ การซื้อและการจ้าง 65 ข้อ การจ้างที่ปรึกษา 21 ข้อ การจ้างเอกชนออกแบบและคุมงาน 28 ข้อ การแลกเปลี่ยน 5 ข้อ และการเช่า 4 ข้อ
(2) สัญญาและหลักประกัน 13 ข้อ
(3) การลงโทษผู้ทิ้งงาน 7 ข้อ
หมวด 3 การควบคุมและจำหน่ายพัสดุ มี 3 ส่วน รวม 16 ข้อ ได้แก่ การยืม 5 ข้อ การควบคุม 6 ข้อ และการจำหน่าย 5 ข้อ
หมวด 4 บทเฉพาะกาล รวม 4 ข้อ
1.หลักการของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2541
การจัดหาพัสดุตามระเบียบนี้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนของการจัดหาต้อง ดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและความสามารถของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน เว้นแต่กรณีที่มีลักษณะเฉพาะ อันเป็นข้อยกเว้นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ในการดำเนินการแต่ละขั้นตอนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องมีการบันทึกหลักฐานในการดำเนินการ พร้อมทั้งต้องระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการในขั้นตอนที่สำคัญไว้เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
วงจรการบริหารงานพัสดุ
- วางแผน/กำหนดโครงการ
- กำหนดความต้องการ
- ขอตั้งงบประมาณ
- วางแผนการจัดหา
- จัดหา
- แจกจ่าย
- ควบคุม บำรุงรักษา
- จำหน่าย
- กลับสู่วงจรของการวางแผน/กำหนดโครงการ/กำหนดความต้องการ
2. ความหมายของคำนิยามที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุ
การพัสดุ หมายความว่า การจัดทำเอง การซื้อ การจ้าง การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงาน การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่าย และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
พัสดุ หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ หรือการจำแนกประเภท รายจ่ายตามสัญญาเงินกู้จากต่างประเภท
การซื้อ หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้ง ทดลอง และบริการ ที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง
การจ้าง ให้หมายความรวมถึง การจ้างทำของ และการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการจ้างเหมาบริการ แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของส่วนราชการตามระเบียบของกระทรวงการคลัง การรับขนในการเดินทางไปราชการตามกฎหมายว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมอาคาร และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เงินงบประมาณ หมายความว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติม และเงินซึ่งส่วนราชการได้รับไว้ โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ไม่ต้องส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ไม่รวมถึงเงินกู้ และเงินช่วยเหลือตามระเบียบนี้
ส่วนราชการ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือในต่างประเทศ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
หัวหน้าส่วนราชการ สำหรับการบริหารส่วนกลาง หมายความว่า อธิบดี หรือ หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นนิติบุคคล สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานระดับกองหรือเทียบเท่าที่ปฏิบัติงานในสายงานที่เกี่ยวกับการพัสดุตามที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำหนด หรือข้าราชการอื่นซึ่งได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุแล้วแต่กรณี
เจ้าหน้าที่พัสดุ หมายความว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับพัสดุหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการ
ให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบ
3. ประเภทของการจัดหา
การจัดหาแบ่งออกเป็น 6 ประเภท คือ 1) การซื้อการจ้าง 2) การจ้างที่ปรึกษา 3) การจ้างออกแบบคุมงาน 4) การแลกเปลี่ยนและการเช่า 5) การจ้างที่ปรึกษาและ 6) การจ้างออกแบบ คุมงานเป็นการจ้างเหมาบริการลักษณะหนึ่งซึ่งยังมีการใช้ไม่มากนัก ส่วนการแลกเปลี่ยนและ การเช่ามีข้อกำหนดให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามวิธีการซื้อ นอกจากนั้น ยังอาจมีการจัดหาประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระเบียบนี้กำหนดไว้ และไม่มีระเบียบของทางราชการหรือกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ แต่ระเบียบข้อ 14 ได้มีข้อกำหนดเผื่อไว้ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามวิธีการจัดหาประเภทใดประเภทหนึ่งที่กำหนดไว้ในระเบียบ ซึ่งเป็นการปิดช่องว่างในกรณีที่อาจมีการจัดหาประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบเกิดขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีข้อกำหนดในข้อนี้ไว้ ผู้ปฏิบัติอาจไม่ทราบว่าจะปฏิบัติอย่างไร ดังเช่นการเช่าซื้อจะอนุโลมถือปฏิบัติตามวิธีการซื้อ เป็นต้น
4. วิธีการจัดหา
หลักการจัดหา ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนจะต้องดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม โดยจะต้องมีการบันทึกหลักฐานในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน พร้อมระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการในขั้นตอนที่สำคัญไว้ด้วย นอกจากนั้น ยังจะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติและความสามารถของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน เว้นแต่กรณีที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ โดยจะต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจนในเอกสารสอบราคา ประกวดราคา หรือเอกสารที่ใช้ในการเสนองานหรือเสนอราคา และ ยังจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน โดยเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อให้มีการแข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรมด้วย
ระเบียบฯ ได้แบ่งวิธีการจัดหาหลัก คือ การซื้อหรือการจ้างตามลำดับวงเงินและความสำคัญ โดยแยกวิธีการซื้อหรือการจ้างไว้ 5 วิธี ดังนี้
(1) วิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายหรือ ผู้รับจ้างโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการตามระเบียบข้อ 29
(2) วิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
(3) วิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 2,000,000 บาท
(4) วิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาทและกระทำได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใด ตามระเบียบฯ ข้อ 23 (สำหรับการซื้อ) และข้อ 24 (สำหรับการจ้าง) รวมทั้งการซื้อหรือการจ้างสำหรับส่วนราชการในต่างประเทศ หรือมีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศ
(5) วิธีกรณีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างจากหน่วยงานของทางราชการตามระเบียบฯ ข้อ 26 ซึ่งเป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง และนายกรัฐมนตรีอนุมัติให้ซื้อหรือจ้างโดยวิธีนี้ได้ หรือมีกฎหมาย/มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้าง ซึ่งกรณีนี้ให้รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย (ไม่กำหนดวงเงิน)
สำหรับการซื้อหรือการจ้าง 3 วิธีแรก ตาม(1) (3) ระเบียบฯ เปิดโอกาสให้ดำเนินการ โดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าได้ แต่ห้ามแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกัน เพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อ สั่งจ้างเปลี่ยนไป
อนึ่ง การที่จะใช้วิธีการซื้อหรือจ้างโดยวิธีใดในระหว่างวิธีตกลงราคา วิธีสอบราคาและ วิธีการประกวดราคา ขึ้นอยู่กับวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในแต่ละครั้ง ซึ่งจะต้องระบุไว้ในรายงานขอซื้อหรือขอจ้างในแต่ละครั้ง ซึ่งจะต้องระบุไว้ในรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามระเบียบ ฯ ข้อ 27 หรือ ข้อ 28(สำหรับการซื้อที่ดินและหรือการก่อสร้าง)
นอกจากนั้น ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2545 กำหนดให้เพิ่มวิธีการซื้อหรือจ้างอีก 1 ประเภท คือ วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด และตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การกำหนดแนวทาง ขั้นตอนและหลักเกณฑ์สำหรับการดำเนินการจัดหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - Auction) กำหนดประเภทพัสดุที่จัดหา ได้แก่ พัสดุประเภทครุภัณฑ์สำนักงาน วัสดุสิ้นเปลือง ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น เครื่องพิมพ์ ฯลฯ การจ้างเหมาบริการทำความสะอาดและการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ การจัดหาพัสดุโดยวิธีการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีคณะกรรมการจัดหาโดยวิธีการประมูลด้วยอิเล็กทรอนิกส์(คณะกรรมการ e-Auction) ประกอบด้วย เลขานุการกรม หรือผู้อำนวยการกองคลัง แล้วแต่กรณี เป็นประธานกรรมการ กรรมการอย่างน้อย 2 คน ประกอบด้วย ผู้แทนศูนย์หรือส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนส่วนราชการที่ต้องการจัดหาพัสดุ และให้หัวหน้าพัสดุของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ให้แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการให้ถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 35 36 โดยอนุโลม
5. อำนาจสั่งซื้อ / สั่งจ้าง
วิธี วงเงิน(บาท) ผู้มีอำนาจ
ตกลงราคา ไม่เกิน 100,000 หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
กรณีพิเศษ
สอบราคา ไม่เกิน 50 ล้าน หัวหน้าส่วนราชการ
ประกวดราคา เกิน 50 ล้าน ไม่เกิน 100 ล้าน ปลัดกระทรวง
จ้างที่ปรึกษา เกิน 100 ล้าน รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
พิเศษ ไม่เกิน 25 ล้าน หัวหน้าส่วนราชการ
เกิน 25 ล้าน ไม่เกิน 50 ล้าน ปลัดกระทรวง
เกิน 500 ล้าน รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
กรณีพิเศษ เกิน 100,000 บาท หัวหน้าส่วนราชการ
6. อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา
6.1 เจ้าหน้าที่พัสดุ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) ทำรายงานขอซื้อขอจ้างตามระเบียบฯ ข้อ 27 หรือข้อ 28 และดำเนินการตามวิธีซื้อหรือจ้าง ตามข้อ 29(กรณีการแลกเปลี่ยนทำรายงานตามข้อ 124 และการเช่าทำรายงานตามข้อ 130)
(2) ติดต่อตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ภายในวงเงินวิธีตกลงราคาตามข้อ 39
(3) รับซองใบเสนอราคาในการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา กรณียื่นซองโดยตรง ตามข้อ 41
(4) จัดทำเอกสารสอบราคาตามข้อ 40 เอกสารประกวดราคาตามข้อ 44 และ ปิดประกาศสอบราคา หรือประกวดราคารวมทั้งส่งไปเผยแพร่ตามที่ระเบียบกำหนดในข้อ 41 หรือข้อ 45 แล้วแต่กรณี
(5) เตรียมการเกี่ยวกับการให้หรือขายแบบตามข้อ 46
(6) รับพัสดุหรืองานจ้างจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง และรายงานหัวหน้าส่วนราชการทราบตามข้อ 71 หรือข้อ 72 แล้วแต่กรณี
6.2 หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) จัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีตกลงราคา ตามข้อ 39 และวิธีกรณีพิเศษ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ตามข้อ 59
(2) เก็บรักษาซองสอบราคาเพื่อส่งมอบต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาตามข้อ 41
(3) รับผิดชอบควบคุมดูแลและจัดทำหลักฐานการปิดประกาศและเผยแพร่ข่าวการประกาศประกวดภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามข้อ 45
(4) รวบรวมความเห็นของคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา ตามข้อ 42 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ตามข้อ 50 คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้าง โดยวิธีพิเศษตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจสั่งซื้อสั่งจ้าง
(5) ดูแลบำรุงรักษาและตรวจสอบความชำรุดบกพร่องภายในกำหนดเวลารับประกัน
6.3 หัวหน้าส่วนราชการ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) แต่งตั้งหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งหรือหลายคน ซึ่งไม่ได้ทำ หน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุในสายงานที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำหนด ให้มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดหาในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุ หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
(2) ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการรายงานขอซื้อหรือขอจ้างของเจ้าหน้าที่พัสดุตามข้อ 29 การคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อและการจ้างตามข้อ 31
(3) แต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติตามระเบียบ รวมทั้งกำหนดเวลาและขยายเวลาในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตามข้อ 32 ข้อ 34
(4) แต่งตั้งผู้ควบคุมงาน ตามข้อ 37 ที่ปรึกษา ตามข้อ 38 ผู้ควบคุมการจัดทำเองและกรรมการตรวจการปฏิบัติงานสำหรับการจัดทำเอง ตามข้อ 15
(5) ให้ความเห็นชอบการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคากรณีจำเป็น และ เร่งด่วนที่ได้ดำเนินการไปก่อน ตามระเบียบข้อ 39 วรรคสอง
(6) พิจารณาผลการดำเนินการจัดหาโดยวิธีสอบราคาตามข้อ 42 และข้อ 43 วิธีประกวดราคาตามข้อ 50 ข้อ 51 และข้อ 55
และวิธีพิเศษตามข้อ 57 หรือข้อ 58
(7) ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเพื่อขอลดรายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หรือขอเงินงบประมาณเพิ่มเติม ตามข้อ 43 และข้อ 50
(8) สั่งยกเลิกการประกวดราคา กรณีมีผู้เสนอราคาหลายราย แต่เสนอถูกต้องเพียงรายเดียว ตามข้อ 51 หรือไม่มีผู้เสนอราคาเลย ตามข้อ 52 ซึ่งจะต้องสั่งการให้ประกวดราคาใหม่ หรืออาจเลือกสั่งการให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีโดยวิธีพิเศษตามข้อ 23(7) หรือข้อ 24(5) รวมทั้งการสั่งยกเลิกการประกวดราคากรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่เป็นสาระสำคัญตามข้อ 47
(9) สั่งซื้อหรือจ้างโดยวิธีสอบราคาและวิธีประกวดราคา และการสั่งจ้างที่ปรึกษาภายในวงเงินการซื้อการจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 20 ล้านบาท ตามข้อ 65
และข้อ 91 โดยวิธีพิเศษ ภายในวงเงิน 25 ล้านบาท ตามข้อ 66 โดยวิธีกรณีพิเศษ มีอำนาจสั่งซื้อหรือจ้างได้โดยไม่จำกัด วงเงิน
(10) เสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงหรือรัฐมนตรี ในกรณีการซื้อหรือจ้างเกินอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการในการสั่งซื้อสั่งจ้าง
(11) พิจารณาการจ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับการซื้อการจ้าง ตามข้อ 68
(12) กำหนดหลักประกันในการจัดหาที่เห็นว่ามีความสำคัญพิเศษสูงกว่าร้อยละ 5 ตามข้อ 142
(13) ลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงในการจัดหาประเภทต่าง ๆ ตามข้อ 132 และข้อ 133
(14) กำหนดค่าปรับในสัญญาหรือข้อตกลงตามข้อ 134
(15) สั่งการให้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างที่มีกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือตรวจงานจ้างบางคนไม่ยอมรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น โดยทำความเห็นแย้งไว้
ตามข้อ 71 หรือข้อ 72
(16) พิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งไม่ต้องเพิ่มวงเงินหรือเพิ่มวงเงินแล้วยังอยู่ในอำนาจการสั่งให้จัดหา
ของหัวหน้าส่วนราชการตามข้อ 136
(17) สั่งการให้บอกเลิกสัญญาตามข้อ 137 หรือข้อ 138 และสั่งใช้สิทธิตาม เงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงหรือข้อกฎหมาย ตามข้อ 140
(18) สั่งการให้งดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือให้ขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงภายในวงเงินที่มีอำนาจในการสั่งการให้จัดหา
ตามข้อ 139
(19) ส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป ให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและกรมสรรพากร ภายใน 30 วัน นับแต่วันทำสัญญาหรือข้อตกลงตามข้อ 135
(20) ทำรายงานชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ในการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลงกรณีเร่งด่วน
(21) เสนอความเห็นการเป็นผู้ทิ้งงานให้ปลัดกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาตามข้อ 15 ฉ ข้อ 15 สัตต และข้อ 145
6.4 ปลัดกระทรวง มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) สั่งซื้อสั่งจ้างครั้งหนึ่งโดยวิธีประกวดราคา วงเงินเกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท ตามข้อ 65 โดยวิธีพิเศษ วงเงินเกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ตามข้อ 66
(2) สั่งการให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหลังทำสัญญาแล้ว กรณีต้องเพิ่มวงเงินแล้วเกินอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างของหัวหน้าส่วนราชการ ตามข้อ 136
(3) พิจารณาการลดหรืองดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำการตามสัญญา กรณีที่เข้าเงื่อนไขให้กระทำได้ ซึ่งวงเงินเกินอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างของหัวหน้าส่วน ราชการ ตามข้อ 139
(4) พิจารณาส่งชื่อผู้ที่อยู่ในข่ายการเป็นผู้ทิ้งงานไปยังผู้รักษาการตามระเบียบเพื่อพิจารณาสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน หรือรายงานคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.)ทราบ กรณีเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ยังไม่สมควรให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามข้อ 145
(5) พิจารณาวินิจฉัยการอุทธรณ์คำสั่งของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อเพาะเหตุที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามข้อ 15 เบญจ และข้อ 15 ฉ
(6) พิจารณายกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน กรณีเห็นด้วยกับคำคัดค้านของผู้อุทธรณ์ที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน ตามข้อ 15 เบญจ ข้อ 15 ฉ และข้อ 15 สัตต
(7) พิจารณาตัดรายชื่อผู้ที่รักษาการตามระเบียบสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานออกจาก รายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือก/ยกเลิกการสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองาน/หรือยกเลิกการลงนามในสัญญาที่ได้กระทำก่อนการสั่งการของผู้รักษาการตามระเบียบ เว้นแต่กรณีเป็นประโยชน์ราชการอย่างยิ่ง ข้อ 145 วรรคสี่
6.5 คณะกรรมการต่าง ๆ
การดำเนินการจัดหาพัสดุตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุ เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ จัดหาจะเป็นคณะบุคคลซึ่งทำงานร่วมกันในรูปของคณะกรรมการ โดยหัวหน้าส่วนราชการเป็น ผู้แต่งตั้งทุกครั้งที่มีการจัดหา และกำหนดเวลาในการดำเนินงานให้ด้วย คณะกรรมการต่าง ๆ มีดังนี้
(1) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา
(2) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา
(3) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
(4) คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
(5) คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ
(6) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
(7) คณะกรรมการตรวจรับการจ้าง คณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงาน และผู้ควบคุมงาน
(8) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษา โดยวิธีตกลง
(9) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษา โดยวิธีคัดเลือก
(10) คณะกรรมการรับซองเสนองาน จ้างออกแบบ และควบคุมงาน โดยวิธีคัดเลือก
(11) คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือก
(12) คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจัดข้อกำหนด
(13) คณะกรรมการตรวจและรับมอบงาน
(14) คณะกรรมการแลกเปลี่ยนพัสดุกับเอกชน
อย่างไรก็ดี ระเบียบฯ ได้กำหนดข้อยกเว้นในการแต่งตั้งคณะกรรมการในกรณี จัดหาพัสดุโดยวิธีตกลงราคา ซึ่งเป็นการจัดหาที่มีวงเงินไม่สูงนัก (ไม่เกิน 100,000 บาท) ไม่ต้องดำเนินการในรูปของคณะกรรมการ
องค์ประกอบของคณะกรรมการดำเนินการซื้อหรือจ้างจำนวน
- 3 คน ประธาน 1 คน กรรมการ 2 คน
คุณสมบัติ
- ปกติ ข้าราชการระดับ 3 ขึ้นไป
กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของราชการจะตั้งผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการได้
- ควรแต่งตั้งผู้ชำนายการ/ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ ยกเว้น
กรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาองค์ประชุม
- ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ประธานต้องอยู่ด้วย นอกจากการรับซอง/เปิดซอง
- คนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงเท่ากัน ประธานออกเสียงเพิ่มชี้ขาด
- ถือเสียงข้างมาก ยกเว้น กรรมการตรวจรับ/ตรวจการจ้าง
ถือมติเอกฉันท์ ผู้ไม่เห็นด้วย ทำความเห็นแย้ง
การรายงาน - ภายในเวลาที่กำหนดในคำสั่ง
- ถ้าไม่ทัน ขอขยายเวลาตามความจำเป็น
ข้อยกเว้น - วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท
- ตั้งข้าราชการ ลูกจ้างประจำ คนเดียวตรวจรับ/ตรวจการจ้าง
ข้อห้าม - กรรมการรับและเปิดซองเป็นกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา
- กรรมการเปิดซองสอบราคา/กรรมการพิจารณาผลประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ
7. ขั้นตอนการจัดหา
7.1 พิจารณาความจำเป็น / ความต้องการในการใช้งาน
7.2 พิจารณากำหนดคุณลักษณะเฉพาะ/รูปแบบ/รายการละเอียด
7.3 พิจารณาวิธีการจัดหา
7.4 ดำเนินการจัดหา
7.5 คัดเลือกผู้ขาย/ผู้รับจ้าง
7.6 แจ้ง/ทำความตกลง/หรือทำสัญญา
7.7 ควบคุมการปฏิบัติตามสัญญา
7.8 ตรวจรับ
7.9 ลงบัญชี/ทะเบียน และส่งมอบผู้ใช้งาน
7.10 ตรวจสอบความชำรุดบกพร่องในระหว่างรับประกัน
8. การตรวจรับพัสดุ หรือการตรวจการจ้าง
ในการตรวจรับพัสดุหรือตรวจการจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง มีหน้าที่ต้องตรวจให้เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะ แบบ รูป รายการละเอียด เงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญา หรือข้อตกลงทุกประการ และจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด เนื่องจากการตรวจรับมีผลกระทบโดยตรงในการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญาของทางราชการ(ในกรณีที่มีเหตุในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในสัญญา รวมทั้งการขยายเวลาทำการ การปรับหรืองดค่าปรับ สมควรอยู่ในหน้าที่ของคณะกรรมการทั้ง 2 คณะนี้ด้วย)
9.1 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้
(1) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้นหรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องไดรับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการก่อน
(2) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ก็ได้ ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ
(3) โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด
(4) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุ พร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อยสองฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ 1 ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบมี รายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลง ให้รายงาน หัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการแล้วแต่กรณี
(5) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง โดยถือปฏิบัติตาม (4) และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ของ ส่วนราชการที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น
(6) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้ รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ตรวจพบ
(7) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (4) หรือ (5) แล้วแต่กรณี
9.2 คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีหน้าที่ดังนี้
(1) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงานโดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาทุกสัปดาห์ รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงาน หรือพักงานของผู้ควบคุมงาน แล้วรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
(2) การดำเนินการตาม (1) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการช่างไม่น่าจะเป็นไปได้ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควร และตามหลักวิชาการช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา
(3) โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงาน และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด
(4) เมื่อตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้วให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วน
ตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวด แล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 2 ฉบับ
มอบให้แก้ผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ 1 ฉบับ เพื่อทำการ เบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และรายงานให้
หัวหน้าส่วนราชการทราบในกรณีที่เห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา
ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการ
ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบ หรือสั่งการแล้วแต่กรณี
(5) ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ จึงจะดำเนินการตาม (4)
10. การตรวจสอบพัสดุประจำปี
นอกจากนั้น สำหรับงานจ้างก่อสร้าง ระเบียบฯ ปัจจุบันได้กำหนดให้มีผู้ควบคุมงาน ซึ่งมีความรู้ความชำนาญทางด้านช่างตามลักษณะของงานก่อสร้าง โดยแยกอำนาจหน้าที่ออกจากคณะกรรมการตรวจการจ้างอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดวิธีการในการจ้างเอกชนเป็นผู้ควบคุมงานในกรณีจำเป็นด้วย
10.1 การตรวจสอบ - แต่งตั้งผู้ตรวจสอบที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ
- ก่อนสิ้นเดือนกันยายน(ปีหนึ่งทำหลายครั้งได้)
ช่วงเวลาตรวจสอบ - เริ่มวันเปิดทำการวันแรกของเดือนตุลาคม
เสร็จภายใน 30 วันทำการ
10.2 วิธีการ - ตรวจสอบการรับ-จ่าย(1ตุลาคม-30กันยายน)
- ตรวจสอบพัสดุคงเหลือตามบัญชี/ทะเบียน
- ตรวจสอบพัสดุชำรุด/เสื่อมคุณภาพ/สูญไป/ไม่ควรใช้
ในราชการต่อไป
10.3 ผลการดำเนินการ - ไม่มีพัสดุชำรุด เสื่อม สูญหาย
- กรณีมีพัสดุชำรุด เสื่อม สูญหาย ตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง
- กรณีไม่มีตัวผู้ต้องรับผิด ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการ
ยุติเรื่อง
- กรณีต้องหาตัวผู้รับผิด หัวหน้าส่วนราชการดำเนินการ ตามกฎหมาย/ระเบียบทางราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป
ยกเว้น เห็นได้ชัดเจนว่า
- เสื่อมสภาพเนื่องจากใช้งานปกติ
- สูญไปตามธรรมชาติ
ให้หัวหน้าส่วนราชการสั่งให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไป
10.4 การรายงาน รายงานหัวหน้าส่วนราชการ/สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค
.. ส่งส่วนกลาง 1 ชุด
...............................................
รวบรวมและสรุปคัดย่อโดย นายอัมพร ผิวฝ้าย
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 4
------------------------------------------------------------
แบบทดสอบวิชาระเบียบฯ พัสดุ
1. การพัสดุ หมายความว่า
ก. การซื้อ ข. การจ้างที่ปรึกษา ค. การจ้างออกแบบ ง. ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดไม่ใช่การจ้างตามระเบียบพัสดุ
ก. การจ้างทำของ ข. การรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่ง
ค. การจ้างแรงงาน ง. การจ้างเหมาบริการ
3. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการตามความหมายในระเบียบพัสดุ
ก. กระทรวง ข. รัฐวิสาหกิจ ค. จังหวัด ง. กรม
4. ตามระเบียบพัสดุคำว่าหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุหมายถึงหัวหน้าหน่วยงานระดับใด
ก. กรม ข. กอง ค. แผนก ง. ถูกทุกข้อ
5. ข้อใดไม่ใช่หลักในการจัดหาพัสดุ
ก. จัดหาให้ได้ราคาถูกที่สุด ข. เปิดเผย
ค. โปร่งใส ง. ให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
6. การซื้อโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน
ก. 5,000 บาท ข. 50,000 บาท ค. 70,000 บาท ง. 100,000 บาท
7. กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะดำเนินการซื้อไปก่อนการขออนุมัติ วงเงินในการจัดซื้อครั้งนั้นต้องไม่เกิน
ก. 500 บาท ข. 1,000 บาท ค. 5,000 บาท ง. 10,000 บาท
8. ข้อใดถูกสำหรับแบบของความตกลงระหว่างส่วนราชการกับผู้ขายในการจัดหาโดยวิธีตกลงราคา
ก. ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ข. ทำเป็นแบบสัญญา
ค. ออกใบสั่งซื้อ ง. ถูกทุกข้อ
9. การจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน
ก. 100,000 บาท ข. 200,000 บาท ค. 1,000,000 บาท ง. 200,000 บาท
10. การเผยแพร่ประกาศสอบราคาในประเทศต้องกระทำไม่น้อยกว่ากี่วันก่อนวันเปิดซอง
ก. 10 วัน ข. 20 วัน ค. 30 วัน ง. 45 วัน
11. การจ้างโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งมีราคาเกินกว่า
ก. 100,000 บาท ข. 200,000 บาท ค. 1,000,000 บาท ง. 2,000,000 บาท
12. กรณีในข้อใดดำเนินการ ไม่ใช่ จัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
. ก.การซื้อครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท ข. เป็นพัสดุจะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ
ค. เป็นพัสดุเพื่อใช้ในราชการลับ ง. เป็นพัสดุที่ต้องซื้อโดยเร่งด่วน หากล่าช้าจะเสียหายแก่ราชการ
13. การจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ หมายถึง
ก. การจ้างจากส่วนราชการ ข. การจ้างจากราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
ค. การจ้างรัฐวิสาหกิจ ง. ถูกทุกข้อ
14. หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจะดำเนินการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษโดยความเห็นชอบของหัวหน้าส่วนราชการได้ กำหนดวงเงินของการจ้างครั้งหนึ่งไว้ไม่เกินเท่าใด
ก. 10,000 บาท ข. 50,000 บาท ค. 100,000 บาท ง. ไม่กำหนดวงเงิน
15. การจะแต่งตั้งข้าราชการหนึ่งคนให้ทำหน้าที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วงเงินของการซื้อ ครั้งนั้น ต้องไม่เกิน
ก. 5,000 บาท ข. 10,000 บาท ค. 20,000 บาท ง. 50,000 บาท
16. กรณีในข้อใดส่วนราชการสามารถทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทนการทำสัญญาได้
ก.การจ้างโดยวิธีตกลงราคาวงเงิน 200,000 บาท
ข.การซื้อที่คู่สัญญาสามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ
ค.การซื้อโดยวิธีตกลงราคาวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
ง.การจ้างโดยวิธีสอบราคา