ข้อบังคับชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน พ . ศ . 2539

แก้ไข เพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2) พ . ศ . 2542

___________

           ด้วยเห็นเป็นการสมควรให้มีข้อบังคับชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน พ . ศ . 2539 เพื่อใช้เป็นหลักในการบริหารงานของชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน คณะอนุกรรมการดำเนินการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน จึงมีมติในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2539 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ . ศ . 2539 ให้ตราข้อบังคับขึ้นไว้
้ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ . ศ . 2539 และคณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมโดยได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่วิสามัญ
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ . ศ . 2539 ต่อมาในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2541 เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ . ศ . 2541 รวมทั้งการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2542 เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ . ศ . 2542 ได้เห็นชอบต่อการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ ข้อบังคับชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน พ . ศ . 2539 แก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2) พ . ศ . 2542 ”

ข้อ 2 ให้ยกเลิกข้อบังคับชมรมผู้สูงกรมชลประทาน พ . ศ . 2539 และให้ใช้ข้อบังคับตามข้อ 1 แทน ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้

“ ชมรม ” หมายความว่า ชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน

“ สมาชิก ” หมายความว่า สมาชิกชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน

“ คณะกรรมการ ” หมายความว่า คณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน

“ คณะอนุกรรมการ ” หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากชมรมให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะทำงานหรือบุคคลที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน

“ ที่ปรึกษา ” หมายความว่า ที่ปรึกษาคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน

“ ผู้อุปถัมภ์ ” หมายความว่า ผู้อุปถัมภ์ชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ให้การ ส่งเสริม สนับสนุน เกื้อกูล อุปการะ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกิจการของชมรม

ข้อ 4 ให้คณะกรรมการรักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับ รวมทั้งออกระเบียบ คำสั่ง ประกาศตามวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้

หมวดที่ 1

ชื่อ และวัตถุประสงค์ของของชมรม

ส่วนที่ 1

ชื่อและเครื่องหมายชมรม

ข้อ 5 ชมรมนี้ชื่อว่า “ ชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน ” เรียกและเขียนชื่อย่อว่า “ ช . ส . ชป .” และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “THE SENIOR CITIZEN CLUB OF ROYAL IRRIGATION DEPARTMENT” เรียกและเขียนชื่อย่อว่า “SC.RID.”

ข้อ 6 เครื่องหมายของชมรมเป็นรูปวงกลม ภายในวงกลม ชั้นนอกมีข้อความว่า ชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน อยู่ด้านบน และ THE SENIOR CITIZEN CLUB OF ROYAL IRRIGATION DEPARTMENT อยู่ด้านล่าง ชั้นในเป็นรูปพญานาคเจ็ดเศียรอยู่ภายในหยดน้ำ และใต้หยดน้ำเป็นอักษรย่อตามรูปและลักษณะดังนี้

ส่วนที่ 2

สำนักงานและวัตถุประสงค์ของชมรม

ข้อ 7 สำนักงานชมรมตั้งอยู่ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ข้อ 8 วัตถุประสงค์ของชมรม

8.1 เป็นศูนย์รวมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ จัดสวัสดิการการกุศล และกระทำการต่าง ๆ อันเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในระหว่างสมาชิก

8.2 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดกิจกรรมเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวของสมาชิกก่อนและหลังการเกษียณอายุราชการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ วิจัยสุขภาพ อนามัยทั้งร่างกายและจิตใจของสมาชิก

8.3 สนับสนุนนโยบายและกิจกรรมของกรมชลประทาน ในส่วนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของชมรม

8.4 ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

หมวดที่ 2
สมาชิก

ส่วนที่ 1

ประเภทสมาชิก และการสมัครเป็นสมาชิก

ข้อ 9 สมาชิกของชมรม แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

9.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่

9.1.1 ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของกรมชลประทานหรือเคยรับราชการอยู่ในกรม ชลประทานที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

9.1.2 สมาชิกสมทบตามข้อ 9.3.1 ที่มีอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ ถ้าได้ชำระค่าบำรุงตลอดชีพแล้ว ให้เปลี่ยนสถานภาพเป็นสมาชิกสามัญ ตลอดชีพ โดยไม่ต้องชำระค่าบำรุงอีก

9.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

9.3 สมาชิกสมทบ ได้แก่

9.3.1 ข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำของกรมชลประทาน หรือเคยรับราชการอยู่ในกรมชลประทานที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีบริบูรณ์

9.3.2 สามีหรือภรรยาหรือบุตรของสมาชิกตามข้อ 9.1 ข้อ 9.2 และ ข้อ 9.4

9.3.3 บุคคลภายนอกที่บรรลุนิติภาวะแล้วโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 คน

9.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่คณะกรรมการชมรมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ข้อ 10 ผู้ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกตามข้อ 9.1 ข้อ 9.2 และข้อ 9.3 ให้ยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดไว้ต่อเลขานุการและต้องมีสมาชิกสามัญ 1 คน ยกเว้น ข้อ 9.3.3 ต้องมีสมาชิกสามัญอย่างน้อย 2 คน ลงลายมือชื่อรับรองว่า ผู้สมัครไม่เป็นบุคคลที่พึงรังเกียจแก่สังคม

ข้อ 11 เมื่อเลขานุการได้รับใบสมัครแล้ว ให้ตรวจสอบว่า ผู้ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ ไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกของชมรม และไม่เป็นบุคคลที่มีความประพฤติเสื่อมเสียอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม แล้วรวบรวม นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเป็นประการใดแล้ว ให้เลขานุการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ 12 การชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง ให้ผู้สมัครชำระพร้อมกันในวันที่ยื่นใบสมัครตามอัตราดังต่อไปนี้

12.1 ค่าลงทะเบียน

12.1.1 สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญและสมาชิกสมทบ คนละ 50 บาท

12.1.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ยกเว้นค่าลงทะเบียน

12.2 ค่าบำรุง

12.2.1 สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญและสมาชิกสมทบ ตลอดชีพคนละ 500 บาท รายปี ๆ ละ 200 บาท

12.2.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ยกเว้นค่าบำรุง ในกรณีที่คณะกรรมการมีมติไม่รับบุคคลใดเป็นสมาชิก ชมรมจะคืนเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงให้ต่อไป ผู้สมัครที่ได้รับอนุมัติให้เป็นสมาชิกแล้ว จะเรียกคืนเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงที่ได้จ่ายไว้แล้วไม่ได้ ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด

 

ส่วนที่ 2

สิทธิ หน้าที่ ของสมาชิก

ข้อ 13 สมาชิกสามัญ มีสิทธิดังต่อไปนี้

13.1 ประดับเข็มเครื่องหมายของชมรมได้ในโอกาสอันควร

13.2 เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญและประชุมใหญ่วิสามัญ

13.3 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของชมรมต่อคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่

13.4 เลือกตั้งและสมัครเป็นประธานชมรมหรือกรรมการ

13.5 ใช้สถานที่และวัสดุ ครุภัณฑ์ของชมรม

13.6 เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม

13.7 ขอรับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่าง ๆ ตามข้อบังคับของชมรม

13.8 ตรวจตรากิจการและทรัพย์สินของชมรมในระหว่างเวลาทำการของชมรม

ข้อ 14 สมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกสมทบมีสิทธิดังต่อไปนี้

14.1 ประดับเข็มเครื่องหมายของชมรมได้ในโอกาสอันควร

14.2 เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญและประชุมใหญ่วิสามัญ

14.3 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของชมรมต่อคณะกรรมการ หรือที่ประชุมใหญ่

14.4 ใช้สถานที่และวัสดุ ครุภัณฑ์ของชมรม

14.5 เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม

14.6 ขอรับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่าง ๆ ตามข้อบังคับของชมรม

ข้อ 15 สมาชิกทุกประเภทมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

15.1 ชำระค่าบำรุงตามข้อบังคับนี้

15.2 ปฏิบัติตามข้อบังคับของชมรม

15.3 ช่วยเหลือและสนับสนุนกิจกรรมของชมรม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชมรม

15.4 แจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นหนังสือกรณีเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ และตำแหน่งหน้าที่

ส่วนที่ 3

การขาดจากสมาชิกภาพ

ข้อ 16 สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ

16.1 ตาย

16.2 ลาออก

16.3 คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ

ข้อ 17 การลาออก ให้สมาชิกที่ประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพ แจ้งความจำนงเป็นหนังสือไปยังเลขานุการ เมื่อเลขานุการได้รับหนังสือแจ้งความจำนงแล้ว ให้นำเสนอคณะกรรม -

การเพื่อพิจารณาโดยเร็ว และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วว่า สมาชิกดังกล่าวไม่มีพันธะหรือหนี้สินใด ๆ ติดค้างชมรม ให้คณะกรรมการมีมติอนุมัติให้พ้นจากสมาชิกภาพ

ข้อ 18 คณะกรรมการอาจพิจารณาโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพก็ได้ เมื่อสมาชิกนั้น

18.1 กระทำความผิดทางอาญา ต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่จะเป็นความผิดฐานลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

18.2 ประพฤติตนในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อวัตถุประสงค์ของชมรม หรือประพฤติตนในทางที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรมอย่างร้ายแรง

18.3 เป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนที่เสมือนไร้ความสามารถ

18.4 มีหนี้สินใด ๆ ค้างชำระชมรมเป็นเวลา 1 ปีและเหรัญญิกได้มีหนังสือเตือนให้ชำระแล้วถึง 2 ครั้ง โดยการเตือนแต่ละครั้ง ให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 19 เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า สมาชิกผู้ใดพ้นจากสมาชิกภาพตามข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ 18 แล้ว ให้นายทะเบียนจำหน่ายชื่อสมาชิกนั้นออกจากทะเบียน

ข้อ 20 ผู้ที่ถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียน อาจยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกได้อีก เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียน และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาคำร้องแล้ว มีมติไม่รับเป็นสมาชิก ผู้นั้นอาจยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกได้อีกครั้งเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่กรรมการมีมติไม่รับ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้ว มีมติไม่รับอีกเป็นครั้งที่ 2 ให้ผู้นั้นหมดสิทธิในการสมัครเป็นสมาชิกของชมรมตลอดไป

การพิจารณาคำร้องขอตามวรรคแรก ให้ใช้มติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของคณะกรรมการที่มาประชุม และเมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใด ให้เลขานุการแจ้งเป็น

หนังสือให้ผู้ยื่นคำร้องขอทราบโดยเร็ว และให้นำข้อ 11 และข้อ 12 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ 3

คณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้อุปถัมภ์

ส่วนที่ 1

องค์ประกอบ วิธีการเลือกตั้ง และวาระ

 

ข้อ 21 ให้มีคณะกรรมการบริหารชมรมคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุกรม ชลประทาน ประกอบด้วย กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน แต่ไม่เกิน 18 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่ตั้งจากสมาชิกสามัญ จำนวน 5 คน โดยเลือกตั้งประธานชมรม 1 คน ตามข้อ 24.1 และเลือกกรรมการ 4 คน ตามข้อ 24.2 ตามลำดับ ให้ประธานชมรมแต่งตั้งกรรมการจากสมาชิกสามัญเพิ่มได้อีกไม่เกิน 12 คน และให้ แต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการ กรมชลประทาน เป็นกรรมการโดยตำแหน่งอีก 1 คนให้ประธานชมรม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งรองประธานชมรมคนที่ 1 รองประธานชมรมคนที่ 2 เลขานุการ เหรัญญิกนายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

ข้อ 22 ให้หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการ กรมชลประทาน เป็นกรรมการประสานงานระหว่างชมรมกับ สวัสดิการ กรมชลประทานโดยตำแหน่ง ถ้าหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการมิได้เป็นสมาชิกสามัญของชมรม ให้ถือว่าเป็นสมาชิกสามัญของชมรม โดยได้รับยกเว้นค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงในขณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย สวัสดิการอยู่

ข้อ 23 เพื่อให้การดำเนินการของชมรมเป็นไปด้วยดี คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและผู้อุปถัมภ์ ตามที่เห็นสมควร

ข้อ 24 วิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการ

24.1 การเลือกตั้งประธานชมรม ให้ลงคะแนนด้วยวิธีเปิดเผย เว้นแต่สมาชิกในที่ประชุมใหญ่จะมีมติโดยคะแนนเสียงข้างมากให้ลงคะแนนลับ ให้สมาชิกในที่ประชุมใหญ่เสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 10 คน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงคนเดียว ให้ถือว่า ผู้นั้นได้รับเลือกเป็นประธานชมรมโดยไม่ต้องออกเสียงลงคะแนน

24.2 การเลือกตั้งคณะกรรมการ ให้สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 5 คน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีเปิดเผย ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดตามลำดับ เป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการชมรม สำหรับการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการนั้น จะกำหนดจำนวนหรือไม่กำหนดจำนวนก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่การดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการดังกล่าว ให้สมาชิกในที่ประชุมใหญ่เลือกสมาชิกด้วยกัน ยกเว้นประธาน รองประธานและกรรมการชมรม เป็นประธานดำเนินการเลือกตั้งคนหนึ่ง เป็นพยานในการนับคะแนนอีกสองคน และจะให้มีกรรมการนับคะแนน กรรมการรวมคะแนนด้วยก็ได้ ตามจำนวนที่เห็นสมควร

ข้อ 25 เมื่อดำเนินการเลือกตั้งตามข้อ 24 และได้คณะกรรมการชุดใหม่แล้ว ให้คณะกรรมการชุดที่พ้นจากตำแหน่งส่งมอบงานของชมรมทั้งหมด รวมทั้งหลักฐานบัญชีการเงิน ทรัพย์สินและเอกสารอื่นใดของชมรม ให้กรรมการชุดใหม่ภายใน 30 วัน นับจากวันเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการชุดใหม่มีอำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับชมรมทันทีที่ได้รับมอบหมายงานหรือนับจากวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน

ข้อ 26 คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับมอบงานจากคณะกรรมการชุดที่พ้นจากตำแหน่ง และสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ได้ส่งมอบงานตามข้อ 25

ข้อ 27 กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

1. ครบตามวาระ

2. ลาออก

3. ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ 16

4. ให้ออกโดยมติที่ประชุมใหญ่

ในกรณีที่ตำแหน่งประธานชมรมว่างลงก่อนครบวาระ ให้รองประธานชมรมทำหน้าที่แทนประธานชมรมต่อไปจนครบวาระ และในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการอื่นว่างลง ประธานชมรมอาจแต่งตั้งสมาชิกสามัญที่เห็นสมควร เข้าดำรงตำแหน่งแทนจนครบวาระของคณะกรรมการก็ได้

ข้อ 28 ในกรณีที่ยังไม่สามารถเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งแทน ให้คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

 

ส่วนที่ 2

อำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการ

 

ข้อ 29 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

29.1 บริหารและควบคุมงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และมติของคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่

29.2 ออกระเบียบ ประกาศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติของคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่

29.3 เชิญและแต่งตั้งบุคคลผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นผู้อุปถัมภ์หรือที่ปรึกษา

29.4 แต่งตั้งสมาชิกหรือบุคคลที่เหมาะสมเป็นคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือเจ้าหน้าที่ชมรม เพื่อปฏิบัติการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์ของชมรม

29.5 กำหนดค่าตอบแทนให้แก่บุคคลที่ปฏิบัติงานให้ชมรมได้ตามที่เห็นสมควร 29.6 พิจารณารับหรือไม่รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก และจำหน่ายชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน

29.7 อนุมัติเงินค่าใช้จ่าย และเงินช่วยเหลือ ตามวัตถุประสงค์ หรือข้อบังคับของชมรม

29.8 อนุมัติเงินค่าใช้จ่ายในการประชุมคณะกรรมการ หรือการประชุมใหญ่

29.9 ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชมรม

ข้อ 30 ประธานชมรมเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานของชมรม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ มติของที่ประชุมใหญ่ และมติของที่ประชุมคณะ

กรรมการ เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุม และดำเนินการประชุมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ

 

ส่วนที่ 3

การประชุม

ข้อ 31 ให้ประธานชมรมกำหนดวันประชุมคณะกรรมการ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานของชมรมเดือนละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย เว้นแต่ คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นกรรมการชมรมจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน อาจร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเสนอใด ๆ ก็ได้และประธานชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการตามคำร้องขอภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ เว้นแต่กรณีเร่งด่วนการนัดประชุมคณะกรรมการ ให้เลขานุการแจ้งให้กรรมการทราบล่วงหน้าเป็นหนังสืออย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่กรณีเร่งด่วน

ข้อ 32 การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ โดยทั่วไป ให้ถือเอาเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุม กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด สำหรับการรับ และการจำหน่ายชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มาประชุม การลงคะแนนเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการนั้น ให้กระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่ กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนจะร้องขอให้ลงคะแนนลับ

ข้อ 33 ให้ประธานชมรมเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานชมรมมิอาจเข้าร่วมประชุมได้ ให้รองประธานชมรมคนที่ 1 หรือคนที่ 2 ตามลำดับ ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ ประชุมแทน ถ้ารองประธานชมรมมิอาจเข้าร่วมประชุมได้อีก ให้กรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมนั้น

 

หมวด 4

การบริหารการเงิน และบัญชี

ข้อ 34 เงินและทรัพย์สินของชมรม ได้มาจาก

34.1 ค่าลงทะเบียนสมัครเข้าเป็นสมาชิก

34.2 ค่าบำรุง

34.3 เงินอุดหนุนจากสวัสดิการ กรมชลประทาน

34.4 เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่ชมรม

34.5 รายได้จากการจัดกิจกรรมของชมรม

34.6 เงินรายรับอื่น ๆ เช่น ดอกผล ดอกเบี้ย ฯลฯ ที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ 35 เงินค่าบำรุงของสมาชิก ให้ถือเป็นเงินทุนของชมรม ส่วนเงินอื่น ๆ ให้ถือเป็นรายได้ของชมรม

ข้อ 36 การเก็บเงินของชมรม ให้นำฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บเงินสดได้ไม่เกิน 3,000 บาท ( สามพันบาทถ้วน )

ข้อ 37 การใช้จ่ายเงินของชมรมจะต้องเป็นไปเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของชมรม และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง

ข้อ 38 การเบิกจ่ายเงิน จะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินสดก็ได้ การถอนเงินฝาก หรือออกเช็คสั่งจ่าย ให้ประธานชมรม หรือรองประธานชมรมฝ่ายหนึ่ง และเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรืออนุกรรมการฝ่ายการเงินอีกฝ่ายหนึ่ง ลงนามร่วมกันสองคน

ข้อ 39 บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค ต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค จะนำไปใช้เพื่อการอื่นไม่ได้ ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้เป็นของชมรมนั้น จะต้องมีทะเบียนและลงบัญชีเป็นทรัพย์สินของชมรมให้ถูกต้อง ทรัพย์สินดังกล่าวจะขาย แลกเปลี่ยน หรือบริจาคให้ผู้อื่นมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ

ข้อ 40 หนังสือสัญญาหรือนิติกรรมใด ๆ ที่ได้กระทำในนามของชมรมจะมีผลผูกพันชมรมก็ต่อเมื่อสัญญาหรือนิติกรรมนั้น ๆ ไม่เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ
และระเบียบต่างๆของชมรมและได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการประธานชมรมหรือกรรมการที่คณะกรรมการได้มอบหมายจะต้องลงลายมือชื่อพร้อมกับ
ประทับตราชมรมไว้เป็นสำคัญ

ข้อ 41 ให้เหรัญญิกจัดให้มีสมุดบัญชีทางการเงินของชมรมพร้อมด้วยหลักฐานและใบสำคัญในการรับและจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป

ข้อ 42 ให้เหรัญญิก จัดทำรายงานแสดงยอดเงินคงเหลือและรายรับ - รายจ่ายเงินของชมรมในงวดเดือนที่ล่วงมาแล้ว เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งที่มีการประชุม

ข้อ 43 ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จากบุคคลที่มิใช่กรรมการของชมรมเป็นผู้สอบบัญชีของชมรม 1 คน ให้คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ผู้สอบบัญชีได้ตามสมควร

ข้อ 44 ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีงบดุล ซึ่งผ่านการตรวจสอบ และได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีของชมรม แล้วเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีต่อไป รอบปีการบัญชี ให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี

 

หมวด 5

การประชุมใหญ่

ข้อ 45 ให้คณะกรรมการ จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนเมษายน ตามวัน เวลา และสถานที่ซึ่งคณะกรรมการกำหนด เพื่อรับรองบัญชีงบดุลของชมรม และพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของชมรม

ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่คณะกรรมการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้จัดให้มีการเลือกตั้งประธานชมรมและกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ 21 ข้อ 46 การประชุมใหญ่วิสามัญอาจมีขึ้นได้เมื่อ

46.1 คณะกรรมการมีมติโดยเสียงข้างมากไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มาประชุมร้องขอ

46.2 สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 30 คน ลงชื่อร้องขอเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ โดยต้องระบุด้วยว่า ประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด เมื่อได้รับคำร้องขอดังกล่าว ให้ประธานชมรมจัดให้มีการประชุมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ

ข้อ 47 การประชุมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ ให้เลขานุการแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบถึงวัน เวลา และสถานที่ประชุม พร้อมกับส่งรายงานการประชุมและสิ่งที่จำเป็น เช่น งบดุล และบัญชีรายละเอียดทางการเงินของชมรมประจำปี ก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

ข้อ 48 ถ้าประธานชมรมและรองประธานชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม ให้สมาชิกสามัญเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ข้อ 49 ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

49.1 เลือกตั้งประธานชมรม กรรมการชมรมตามข้อบังคับ และผู้สอบบัญชี

49.2 อนุมัติงบดุลและบัญชีการเงินทั้งปวงของชมรม

49.3 พิจารณาเรื่องใด ๆ ที่คณะกรรมการนำเสนอ

49.4 พิจารณาข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ทำเป็นหนังสือแจ้งต่อเลขานุการก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 10 วัน

49.5 พิจารณาถอดถอนกรรมการชมรมออกจากตำแหน่ง

49.6 แก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกข้อบังคับชมรม

49.7 พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของชมรมตามวัตถุประสงค์ และข้อบังคับของชมรม

ข้อ 50 การประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญ ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 30 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมใหญ่ครั้งใด ถ้าล่วงพ้นเวลานัดไปถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนดไว้ และการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกประชุมตามคำร้องขอของสมาชิก ก็ให้งดการประชุม แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่สมาชิกมิได้เป็นผู้ร้องขอ ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ ไม่ต้องครบองค์ประชุมก็ได้

ข้อ 51 มติของที่ประชุม ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่กรณีที่กำหนดเสียงข้างมากไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะ สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด การออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกเป็นสิทธิเฉพาะตัว จะมอบอำนาจให้สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดที่เข้าประชุมออกเสียงลงคะแนนแทนตนไม่ได้

ข้อ 52 การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ให้กระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่สมาชิกที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียงจำนวนเกินกว่า 1 ใน 3 จะร้องขอให้ลงคะแนนลับ

หมวด 6

การแก้ไขข้อบังคับ และการเลิกชมรม

ข้อ 53 การปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อบังคับชมรมจะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญหรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุม

ข้อ 54 เมื่อชมรมต้องเลิกไปด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้บรรดาทรัพย์สินต่าง ๆ ของชมรมนี้ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสวัสดิการ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อใช้ในกิจการของสวัสดิการ กรมชลประทาน

บทเฉพาะกาล

ข้อ 55 เพื่อให้การทำงานของชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทานดำเนินไปด้วยดีตามวัตถุประสงค์ หลักการและการเงินของชมรม การใดที่คณะกรรมการได้ดำเนินการไปแล้วก่อนข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้การนั้นมีผลสมบูรณ์ทุกประการ

                         ข้อบังคับนี้ให้ตราไว้ ณ วันที่ 29 เมษายน พ . ศ . 2542

 

ลงชื่อ วิเชียร พานิชชอบ

( นายวิเชียร พานิชชอบ )

ประธานชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน

 

 

เหตุผล

นับตั้งแต่ได้ประกาศใช้ข้อบังคับชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน พ . ศ . 2539 เป็นต้นมา จนถึงบัดนี้ มีเหตุผลและความจำเป็นหลายประการที่จะต้องปรับปรุงข้อบังคับฉบับดังกล่าว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในกรมชลประทานและบุคคลภายนอกที่มีความสนใจ มีสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิก ซึ่งจะทำประโยชน์ให้แก่ชมรมได้มากขึ้น และสมควรให้คณะกรรมการชมรมบริหารงานได้คล่องตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตามวาระการดำรงตำแหน่ง นอกจากนั้น เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง รวมทั้งการแสดงยอดเงิน จึงเห็นสมควรปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับชมรมผู้สูงอายุกรมชลประทาน ฉบับดังกล่าว

 

FILE : ข้อบังคับชมรม 2539 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ . ศ .2542